top of page

A WORLD EXPLORED

Untitled design (1).png

Search Results

พบ 88 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา

  • One day Trip เดินทางเที่ยวจากโคเปนเฮเกน ไปเมืองเฮลซิงเกอร์ และฮิลเลอรอด - ปราสาท Kronborg และ Frederiksborg เดินทางง่ายสะดวกสบาย ราคาไม่แพง

    แม้ว่าเดนมาร์กจะดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากในแต่ละปี แต่นักท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่ใช้เวลาเที่ยวอยู่ในเฉพาะเมืองโคเปนเฮเกน เนื่องจากเป็นเมืองไม่ใหญ่มาก สามารถเดินทางเที่ยวได้อย่าง่ายดาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ เมืองโคเปนเฮเกนมีเสน่ห์และเป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินเที่ยวโดยรอบ แต่เราก็อยากรู้อยากเห็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นรอบนอกของประเทศว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหรือเปล่า เราจึงได้ทำการหาข้อมูลในการเดินทางเพิ่ม เพราะที่โคเปนเฮเกน มีรถไฟที่จะพาทุกท่าเที่ยวได้โดยรอบโดยทีเดียว และเราก็ได้พบว่ามีจุดหมายปลายทางมากมายในเดนมาร์กที่สามารถเดินทางจากโคเปนเฮเกนได้อย่างง่ายดายในระยะเวลาสั้น ๆ และเราก็จะค้นหาต่อว่าจุดมุ่งหมายสถานที่ท่องเที่ยวแห่งไหนที่น่าสนใจที่เราอยากจะไปเยี่ยมชม ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มเดินทางกันเลย และอีกข้อสำคัญที่เราอยากจะบอกว่าหากคุณซื้อบัตร Copenhagen Card คุณจะสามารถเดินทางไปกับเมืองโคเปนเฮเกนและเมืองหลวงได้ฟรีดังนั้นจึงเป็นความคิดที่ดีที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้โดยการออกไปนอกเมืองให้ไกลออกไปหากคุณมีเวลา เราตัดสินใจเดินทางวันสั้น ๆ ไปยังสองเมืองของ Helsingor และ Hillerod ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโคเปนเฮเกน ทั้งสองเมืองสามารถเดินทางไปได้โดยจากสถานีรถไฟกลางโคเปนเฮเกนภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมแบบไปเช้าเย็นกลับไม่ต้องพูดถึงทั้งสองมีปราสาทที่น่าประทับใจมากซึ่งคุ้มค่าแก่การเยี่ยมชม นี่เป็นทริปวันเดียวที่สมบูรณ์แบบสำหรับเราเพราะเราต้องกลับมาที่โคเปนเฮเกนในตอนบ่ายเพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปนอร์เวย์ Helsingor - Kronborg Castle เราออกเดินทางจากสถานีรถไฟกลางโคเปนเฮเกนมุ่งหน้าไปยังเมืองเฮลซิงเกอร์ เริ่มเดินทางเวลา 08:33 น. รถไฟสะอาดและสะดวกสบายมาก นั่งชมวิวสวยจากหน้าต่างรถไฟสวยงามไปอีกแบบ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เมื่อเรามาถึง Helsingor และออกจากสถานีรถไฟเราจะเห็นปราสาท Kronborg อยู่ตรงข้ามท่าเรือ เป็นปราสาทที่ใหญ่กว่าที่เราคาดไว้มาก ในการเดินทางไปยังปราสาท Kronborg จากสถานีรถไฟเราใช้เวลาเดินสบาย ๆ รอบ ๆ ท่าเรือเราใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเพื่อไปที่นั่น ปราสาท Kronborg เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์เวลา 11.00-16.00 น. ตุลาคม - เมษายน และ 10.00-17.00 น. พฤษภาคม - กันยายน หากคุณมีบัตร Copenhagen Card การเข้าชมปราสาท Kronborg จะไม่มีค่าใช้จ่ายมิฉะนั้นตั๋วผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 95DKK สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปราสาท Kronborg โปรดไปที่เว็บไซต์ Danish Royal Castles Hillerod - Frederiksborg Castle หลังจากใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเยี่ยมชมปราสาท Kronborg จากนั้นเราก็มุ่งหน้ากลับไปที่สถานีรถไฟและขึ้นรถไฟ ในเวลา 11:23 น. ที่มุ่งหน้าไปยัง Hillerod เรามาถึงฮิลเลอรอดในเวลา 11:54 น. และเดินตามป้ายบอกทางไปยังปราสาทเฟรเดอริคสบอร์กซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที บริเวณริมทะเลสาบ Slotssoen หากคุณมีเวลาที่นี่จะเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและรับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก การเข้าชมปราสาท Frederiksborg ฟรีด้วยบัตร Copenhagen Card แต่ถ้าไม่มีบัตรโคเปนเฮเกนจะต้องจ่ายค่าเข้า ตั๋วผู้ใหญ่จะเสียค่าใช้จ่าย 75DKK ปราสาทเปิดทุกวัน 11.00 - 15.00 น. พฤศจิกายน - มีนาคมและ 10.00-17.00 น. เมษายน - ตุลาคม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปราสาท Frederiksborg คุณสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Museum of Natural History หลังจากใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งในการเยี่ยมชมปราสาท Frederiksborg ที่ยิ่งใหญ่อลังการแห่งนี้และเดินชมบริเวณโดยรอบเราก็ออกเดินทางจาก Hillerod ด้วยรถไฟไปยังโคเปนเฮเกนในเวลา 13:34 น. เรามาถึงสถานีรถไฟกลางโคเปนเฮเกนเวลา 14:15 น. ทำให้เรามีเวลาเหลือเฟือในการเก็บกระเป๋าและเตรียมตัวเดินทางไปยังท่าเรือเฟอร์รี่ DFDS เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปออสโลในบ่ายวันนั้น แม้ว่าการเดินทางวันเดียวของเราจะค่อนข้างเร่งรีบเนื่องจากมีข้อ จำกัด ด้านเวลา แต่เรารู้สึกว่าการเยี่ยมชม Helsingor และ Hillerod นั้นคุ้มค่ามากและเราขอแนะนำให้เป็นทริปหนึ่งวันสำหรับทุกคนที่มีเวลาว่างขณะไปเที่ยวโคเปนเฮเกน การนั่งรถไฟผ่านชนบทไปยัง Helsingor และ Hillerod นั้นสวยงามและปราสาท Kronborg และ Frederiksborg ก็น่าประทับใจมาก เราขอแนะนำให้ทุกคนที่ต้องการไปทริปนี้เพื่อให้มีเวลามากพอในการสำรวจทั้งเมืองและปราสาทเนื่องจากทริป 6 ชั่วโมงที่เราเสร็จสิ้นนั้นรวดเร็วมากและเราไม่มีเวลามากพอที่จะดูทุกอย่างที่เราต้องการ หากคุณเคยอยู่ในโคเปนเฮเกนแพ็คกระเป๋าเดินทางซื้อตั๋วรถไฟแล้วมุ่งหน้าไปยังเฮลซิงเกอร์และฮิลเลอรอดจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในหนึ่งวันที่ยอดเยี่ยมและคุณจะเห็นว่าเดนมาร์กมีอะไรให้เลือกมากมายมากกว่าโคเปนเฮเกน #เที่ยวเดนมาร์ก #เที่ยวสแกนดิเนเวีย #เที่ยวยุโรปด้วยตัวเอง #เที่ยวโคเปนเฮเกน #denmark #scandinavia #helsingor #hillerod #kronborgcastle #frederiksborgcastle สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสแกนดิเนเวีย โปรดดูที่โพสต์บล็อกอื่นๆ ของเรา; >> การเดินทาง สแกนดิเนเวีย 9 วัน ด้วยตัวเอง >> DIY - ท่องเที่ยวเส้นทาง Norway in a Nutshell >> เคล็ดลับสำหรับการเดินทาง ทริป Norway In a Nutshell >> 8 ที่ท่องเที่ยวเมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก >> สำรวจเมืองเก่าของสตอกโฮล์ม - Gamla Stan >> วิธีท่องเที่ยวสแกนดิเนเวีย ด้วยตัวเองแบบถูกๆ

  • แนะนำ 8 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

    เราได้ยินมาจากเพื่อนว่า โคเปนเฮเกนเป็นอีกเมืองที่สวยงามเหมาะกับการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นเมืองขนาดเล็ก เดินทางได้ง่ายและสะดวก เราจึงตัดสินใจใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเดินทาง 10 วันรอบสแกนดิเนเวียและเราก็ไม่ผิดหวัง เมืองหลวงของเดนมาร์กมีความงดงามอย่างยิ่งด้วยสถาปัตยกรรม สถานที่ที่มีเสน่ห์แบบชนบทของอาคารเก่าแก่ซึ่งตรงกันข้ามกับสไตล์สแกนดิเนเวียสมัยใหม่ ธรรมชาติใจกลางเมือง ทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ประทับใจที่สุดของโคเปนเฮเกน และสามารถเดินทางได้ง่าย ไม่ว่าจเป็นด้วยการเดินเท้าหรือขี่จักรยานภายในใจกลางเมืองหรือเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพสูง โคเปนเฮเกนเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวดังนั้นเราจึงรวบรวมรายชื่อสถานที่ที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวรอบๆ เมืองโคเปนเฮเกน 1.) Nyhavn สถานที่แห่งนี้น่าจะอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการ "ห้ามพลาด" ของทุกคนที่เดินทางมายังเมืองโคเปนเฮเกน ด้วยเหตุผลที่ว่ามีอาคารหลากสีควบคู่กับเรือใบสีขาวที่จอดอยู่ในท่าเรือเป็นภาพที่สวยงามพร้อมบรรยากาศดีๆ มีร้านอาหารและร้านกาแฟมากมายในพื้นที่รวมถึงสถานที่ช้อปปิ้ง เราอยู่ในโคเปนเฮเกนในช่วงเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่อากาศหนาว เหมาะกับการเดินชมเมืองโดยรอบ จากท่าเรือมีบริการล่องเรือชมรอบๆเมืองโคเปนเฮเกน พร้อมกับชมบรรยากาศของเมืองจากมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: Nyhavn เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฟรี เวลาทำการ: พื้นที่ Nyhavn เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เวลาทำการของร้านค้าและร้านอาหารจะแตกต่างกันไปโดยสถานประกอบการส่วนใหญ่จะเปิดทำการตั้งแต่ 10.00 น. จนถึงดึก ข้อมูล: เว็บไซต์ Visit Copenhagen เคล็ดลับ: หยิบกาแฟยามเช้าหรือเบียร์ยามบ่ายและชมโลกที่หมุนผ่านจากร้านกาแฟและร้านอาหารมากมายที่อยู่ริมท่าเรือ 2.) Amalienborg Palace พระราชวังอมาเลียนบอร์กไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทางของเรา แต่เมื่อเราเดินชมเมืองมาเรื่อยๆ กับอากาศหนาวๆก็เลยทำให้เราไม่เหนื่อยมาก และเดินเที่ยวได้เรื่อยๆ จนมาถึงพระราชวังแห่งนี้ที่สวยงามมาก เรามิอาจจะเดินผ่านไปได้ ต้องได้เข้าชมสถานที่ที่ใหญ่อลังการและสวยงามแบบนี้ สามารถเข้าชมได้ง่ายมากและไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพัก ขนาดและขอบเขตของพระราชวังนั้นกว้างใหญ่มาก ถ้าคุณยืนอยู่ตรงกลางของจัตุรัสหลักคุณจะได้เห็นวิว 360 องศา ที่สวยงามเป็นอย่างมาก พิพิธภัณฑ์ Amalienborg ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังและเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับราชวงศ์เดนมาร์กและประวัติศาสตร์ ค่าเข้าชม: จัตุรัสพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี การเข้าพิพิธภัณฑ์พระราชวังคือ DKK 95 สำหรับผู้ใหญ่ DKK 65 สำหรับนักเรียนและเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรีด้วยบัตร Copenhagen Card เวลาทำการ: วันอังคารถึงวันอาทิตย์เวลา 10.00-16.00 น. (เวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงได้) ข้อมูล: เว็บไซต์ Visit Copenhagen และเว็บไซต์ Danish Royal Palaces เคล็ดลับ: ถ้าเดินทางมาชมพระราชวังในช่วงเที่ยงก็จะได้เห็นทหารของเดนมาร์ก เปลี่ยนพลัดเวลาด้านหน้าพระราชวัง 3.) Church of Our Saviour คริสตจักรที่โอ่อ่าแห่งนี้ เราได้เห็นในระหว่างที่กำลังนั่งเรือทัวร์คลองรอบๆโคเปนเฮเกน และผ่านตรงจุดที่ตั้งของคริสจักร เราจึงตัดสินใจว่า เราต้องขึ้นไปดูจุดชมวิวด้านบนให้ได้ เพราะน่าจะทำให้เราเห็นวิวรอบๆเมือง ยอดแหลมของโบสถ์อันงดงามซึ่งสร้างเสร็จในปี 1762 ตั้งตระหง่านสูง 90 เมตรและคุณสามารถปีนขึ้นบันไดวนเพื่อขึ้นไปชมทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างมากของเมือง ด้วยสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ Church of Our Saviour จึงเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการชมเมืองโคเปนเฮเกน ค่าเข้าชม: สามารถเข้าชมบริเวณและโบสถ์ได้ฟรี แต่ถ้าคุณต้องการปีนขึ้นไปบนยอดแหลมคุณจะต้องมีตั๋วผู้ใหญ่ DKK 35 และเด็ก DKK 10 เข้าฟรีด้วยบัตรโคเปนเฮเกน เวลาทำการ: วันจันทร์ - วันเสาร์เวลา 10.00-16.00 น. (เวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงได้) ข้อมูล: เว็บไซต์ Visit Copenhagen เคล็ดลับ: หากคุณมาเที่ยวในช่วงเที่ยง นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ทำให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้น 4.) Gammel Strand แม้ว่าจะไม่ค่อยมีสีสันเท่าเมือง Nyhavn แต่จัตุรัสสาธารณะ Gammel Strand และท่าเรือริมคลองก็เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สวยงาม ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านขายอาหาร ร้านอาหารคาเฟ่ บาร์ค็อกเทลรวมถึงร้านค้าและร้านบูติกมากมาย Gammel strand เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นไปรอบ ๆ และหาอะไรกินในขณะที่ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาของเมืองหลวงของเดนมาร์ก สามารถเดินสำรวจ Gammel Strand ได้อย่างง่ายดายและไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่ผู้มาเยือนโคเปนเฮเกนทุกคนควรได้สัมผัส ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: Gammel Strand เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฟรี เวลาทำการ: จัตุรัสเปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เวลาทำการของร้านค้าและร้านอาหารจะแตกต่างกันไปโดยสถานประกอบการส่วนใหญ่จะเปิดทำการตั้งแต่ 10.00 น. จนถึงดึก ข้อมูล: เว็บไซต์ Visit Copenhagen เคล็ดลับ: มีจุดล่องเรือออกจาก Gammel Strand เพื่อชมพื้นที่รอบๆของโคเปนเฮเกน 5.) The National Gallery of Denmark หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าในการเดินเที่ยวรอบๆในโคเปนเฮเกน เราจึงตัดสินใจขอหลบความหนาวเย็นสักพัก ด้วยการเข้าไปชมหอศิลป์แห่งชาติเดนมาร์ก พอเข้าไปชมด้านในหอศิลป์แล้ว แกลเลอรีรูปแบบต่างได้รับการจัดระเบียบอย่างดีและได้รับการดูแลอย่างไร้ที่ติและเป็นที่จัดแสดงผลงานศิลปะคลาสสิกและสมัยใหม่จำนวนมากซึ่งจัดแสดงในหลายชั้น มีตู้เก็บของและห้องเก็บของให้ใช้งานได้ในขณะที่คุณมองไปรอบ ๆ แกลเลอรีแล้ว ยังมีคาเฟ่เล็ก ๆ และร้านหนังสือ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: ผู้ใหญ่ราคา 120 DKK และเด็กไม่เสียค่าใช้จ่าย เข้าฟรีด้วยบัตร Copenhagen Card เวลาทำการ: วันอังคาร - อาทิตย์เวลา 10.00-18.00 น. (วันพุธถึง 20.00 น.) ข้อมูล: เว็บไซต์ SMK และเว็บไซต์ Visit Copenhagen เคล็ดลับ: หลังจากเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แล้วให้ใช้เวลาเดินเที่ยวชมบริเวณที่สวยงามซึ่งประกอบไปด้วยสวน Ostre Anlaeg โดยรอบ 6.) Tivoli Gardens โดยปกติเราไม่ค่อยสนใจที่จะไปเที่ยวสวนสนุกสักเท่าไหร่ แต่ในฐานะที่เป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกเราจึงตกลงกันว่า Tivoli ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม สวนแห่งนี้ได้รับการจัดระเบียบอย่างดีพร้อมเครื่องเล่นมากมายแบบมีครบทุกวัยเล่นได้หมด มีร้านขายของเล่นและของที่ระลึกมากมายรวมถึงร้านขายอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเบียร์ แบบน่านั่งทุกร้านเลย Tivoli Gardens เป็นอีกหนึ่งสถานที่ได้เปิดมุมมองใหม่แห่งการท่องเที่ยว ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 8+ DKK 135 เด็กอายุ 3-7 ปี DKK 60 และเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีไม่เสียค่าใช้จ่าย เข้าฟรีด้วยบัตร Copenhagen Card เวลาทำการ: วันจันทร์ - วันอาทิตย์เวลา 11.00 - 23.00 น. (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้) ข้อมูล: เว็บไซต์ Tivoli Gardens และเว็บไซต์ Visit Copenhagen เคล็ดลับ: หยิบเบียร์และฮอทด็อกจากนั้นหาที่นั่งใกล้รถไฟเหาะตีลังกาและเพลิดเพลินกับเสียงกรี๊ดกับเครื่องเล่นนานาชนิด 7.) Rosenborg Castle เราได้เข้าไปชมปราสาท Rosenborg ในช่วงบ่าย ซึ่งอากาศก็ยังหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ดอกไม้รอบๆปราสาท การจัดสวนที่สวยสดงดงาม ธรรมชาติโดยรอบ ทำให้เราหายเหนื่อยกับการเดินทางมาเป็นเวลานาน สถานที่แห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นจุกที่อยู่ใจกลางของเมือง เดินทางง่ายและสะดวก ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: บริเวณนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ฟรี การเข้าปราสาทคือ DKK 120 สำหรับผู้ใหญ่ DKK 85 สำหรับนักเรียนและเด็ก ๆ ฟรี บัตรโคเปนเฮเกนเข้าฟรี เวลาทำการ: วันและเวลาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเดือน ดังนั้นโปรดตรวจสอบล่วงหน้า โดยทั่วไปปราสาทจะเปิดวันอังคาร - อาทิตย์เวลา 10.00-15.00 น ข้อมูล: เว็บไซต์ Visit Copenhagen เคล็ดลับ: ในช่วงบ่ายจะมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ โดยควรไปในตอนเช้า 8.) Botanic Garden สวนพฤกษศาสตร์ในโคเปนเฮเกนเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมเป็นอย่างมาก บริเวณนี้ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม สวนแห่งนี้มีพันธุ์ไม้นานาชนิดจากทั่วโลกซึ่งจัดแสดงในส่วนต่างๆและอาคารทั่วบริเวณ The Palm House มีขนาดใหญ่และเป็นสถานที่ที่ได้ชมความสวยงามและให้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้สามารถปีนขึ้นบันไดและเดินไปท่ามกลางต้นไม้ด้านล่างได้อีกด้วย สวนผีเสื้อยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวชมโดยเหมือนคนกำลังเดินเข้าไปในดงผีเสื้อ สวยงามมาก ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: ค่าเข้าชมสวนสาธารณะสามารถเข้าถึงได้ฟรี ตั๋วสำหรับ Palm House และ Butterfly Garden จะมีราคา 60 DKK สำหรับผู้ใหญ่และ DKK 40 สำหรับนักเรียนและเด็ก เวลาทำการ: จันทร์ - อาทิตย์เวลา 08.30-16.00 น ข้อมูล: เว็บไซต์ Visit Copenhagen และเว็บไซต์ Copenhagen Green เคล็ดลับ: ควรไปชมในตอนเช้าเมื่อสวนสาธารณะเปิด นักท่องเที่ยวไม่เยอะและจะสามารถถ่ายรูปได้ดีขึ้น เนื่องจากพื้นที่อย่างสวนผีเสื้อจะมีคนเยอะในช่วงบ่าย โคเปนเฮเกนเป็นเมืองที่สวยงามและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เราขอแนะนำให้มาที่นี่สำหรับทุกคนที่กำลังมองหาการพักผ่อนในเมือง และเมืองนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดายด้วยการเดินเท้าหรือขี่จักรยานบวกกับความเป็นมิตรของชาวเดนมาร์กและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในเมืองทำให้โคเปนเฮเกนเป็นจุดหมายปลายทางที่ผ่อนคลายในการท่องเที่ยวในครั้งนี้ หากคุณคิดจะไปเยือนเมืองที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้เราขอแนะนำให้คุณซื้อบัตรโคเปนเฮเกน Copenhagen Card เนื่องจากมีส่วนลดมากมายและเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งได้ฟรี รวมถึงการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะไม่ จำกัด ทั่วทั้งภูมิภาคเมืองหลวง แล้วคุณจะรออะไรอีกจองเที่ยวบินแล้วไปเที่ยวกันได้เลย ถ้าหากสนใจต้องการไปเที่ยวเดนมาร์กสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่าแบบเชงเก่นวีซ่าได้ที่ วิธีขอวีซ่าเชงเก้นด้วยตัวเอง (Schengen Visa) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสแกนดิเนเวีย โปรดดูที่โพสต์บล็อกอื่นๆ ของเรา: การเดินทาง สแกนดิเนเวีย 9 วัน ด้วยตัวเอง ราคารวมทริปสแกนดิเนเวีย 9 วัน DIY - ท่องเที่ยวเส้นทาง Norway in a Nutshell เคล็ดลับสำหรับการเดินทาง ทริป Norway In a Nutshell สำรวจเมืองเก่าของสตอกโฮล์ม - Gamla Stan วิธีท่องเที่ยวสแกนดิเนเวีย ด้วยตัวเองแบบถูกๆ ทริปวันเดียวจากโคเปนเฮเกน - เฮลซิงเกอร์ & ฮิลเลอรอด #Copenhagen #Denmark #Scandinavia #Copenhagenattractions #visitcopenhagen #copenhagencard #โคเปนเฮเกน #เดนมาร์ก #สแกนดิเนเวีย

  • เดินทางเที่ยวฮ่องกงและมาเก๊า 5 วัน 4 คืน เดินทางด้วยตัวเอง ที่พักโรงแรม ที่เที่ยวในฮ่องกง ที่เที่ยวในมาเก๊า

    วันที่ 1 - เที่ยวบินกรุงเทพฯ-ฮ่องกง เริ่มต้นทริป 5 วัน 4 คืน ฮ่องกงและมาเก๊า เราเลือกเที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิในกรุงเทพฯ เพื่อบินไปฮ่องกงกับสายการบิน Hong Kong Express เที่ยวบินดังกล่าวออกจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (BKK) เวลา 20.55 น. และถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง (HKG) ในวันถัดไป เวลา 01.10 น. ใช้เวลาบินทั้งหมด 3 ชั่วโมง 15 นาที ค่าตั๋ว 4,064 บาทต่อคน (เที่ยวเดียว) สนามบินฮ่องกงและการตรวจคนเข้าเมือง หลังจากมาถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกง (HKG) เราต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองซึ่งคนเยอะมากและรอนานมาก เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการผ่าน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองถามคำถามง่ายๆเกี่ยวกับทริปฮ่องกงที่เราวางแผนไว้ จากนั้นสแกนลายนิ้วมือ เช่นเดียวกับคนไทยทุกคน เราได้รับการประทับตรา Visa-on-arrival ในหนังสือเดินทางของเรา ซึ่งทำให้เราสามารถอยู่ในฮ่องกงได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่านานถึง 30 วัน การเดินทางจากสนามบินไปยังใจกลางเมือง หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เราออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าและเดินไปที่จุดเรียกแท็กซี่เพื่อเรียกแท็กซี่ไปโรงแรมของเราในเกาลูน เพราะเนื่องจากว่า รถไฟ Airport Express ระหว่างสนามบินฮ่องกงเข้าไปในตัวเมืองให้บริการระหว่างเวลา 5:54 - 00:48 น. เท่านั้น (เวลาอาจเปลี่ยนแปลง) ดังนั้นหากเราเดินทางมาถึงก่อนเวลาที่รถไฟให้บริการ เราจึงเลือกนั่งแท็กซี่เข้าเมือง ที่สนามบินฮ่องกง จุดจอดแท็กซี่ได้รับการจัดระบบเป็นอย่างดี แท็กซี่จะมีรหัสสีและแยกเป็นแถวตามพื้นที่ที่ให้บริการ แท็กซี่สีแดง ปลายทางให้บริการแท็กซี่ ในเมืองในใจกลางฮ่องกง แท็กซี่สีเขียว - แท็กพื้นที่ดินแดนใหม่ที่ให้บริการตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ แท็กซี่สีฟ้า - แท็กซี่ลันเตาที่ให้บริการเกาะลันเตาและเช็กแลปก๊อก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแท็กซี่สนามบินและสนามบินฮ่องกง คุณสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ >> Hong Kong Airport ก่อนเดินทางไปฮ่องกง เราขอแนะนำซื้อบัตร "Octopus Card"บัตรนี้สามารถใช้เดินทางรอบเมืองฮ่องกงด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ MTR, KCR, Peak Tram, Hong Kong Tramway, Star Ferry และรถบัส คุณสามารถซื้อ Octopus Card ออนไลน์ผ่าน Klook ⬇️ ค่าแท็กซี่ของเราจากสนามบินฮ่องกงไปยัง Kong Hing Guesthouse ใน Mongkok ราคา 230HKB (ประมาณ 963 บาท) ระยะทางจากสนามบินถึงมงก๊กประมาณ 33 กม. และใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที หลังจากมาถึง Kong Hing Guesthouse เราก็หมดแรงและเข้านอนเพื่อพยายามนอนหลับสักสองสามชั่วโมงก่อนที่จะออกไปสำรวจท่องเที่ยวรอบๆฮ่องกง >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาหรือจองห้องพักที่ Kong Hing Guest House <<< >>> คลิกที่นี่เพื่ออ่านโพสต์บล็อกเกี่ยวกับโรงแรมแนะนำในฮ่องกง <<< 📍 >>> แนะนำโรงแรมในย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) เกาลูนฮ่องกง -ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัว และใกล้สถานีรถไฟ <<< วันที่ 2 - ฮ่องกง ในวันแรกของเราในฮ่องกง เราออกเดินทางเพื่อสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง เช่น พระใหญ่, Citygate Outlets, วัด Wong Tai Sin, วัด Che Kung และการแสดงแสงสีเสียง Symphony of Lights Big Buddha & Ngong Ping Village พระใหญ่เป็นพระพุทธรูปสำริดสูง 34 เมตร สร้างเสร็จในปี 1993 ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านนองปิงบนเกาะลันเตา การเดินทาง ขึ้นรถไฟใต้ดินสายสีส้มไปยังสถานี Tung Chung และใช้ทางออก B จากนั้นเดินต่ออีก 5 นาทีไปยังสถานีรถกระเช้า Ngong Ping 360 ตั๋วกระเช้า Ngong Ping 360 ราคา 160HKD (ประมาณ 669 บาท) เที่ยวเดียว และ 235HKD (ประมาณ 984 บาท) สำหรับราคาทั้งไปและกลับ เราจองตั๋วล่วงหน้าในราคาพิเศษผ่าน Klook ซึ่งเราขอแนะนำ เพราะง่ายสะดวกสบายและไม่ต้องไปรอคิวซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ทางขึ้นกระเช้า >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาและจองตั๋วกระเช้านองปิง (Ngong Ping Cable Car) <<< Citygate Outlets (ห้างสรรพสินค้า) Citygate Outlets ตั้งอยู่ใกล้กับ Tung Chung Cable Car และ MTR Station ทำให้เป็นสถานที่ที่สะดวกสำหรับการช้อปปิ้งหลังจากเยี่ยมชมพระใหญ่และหมู่บ้านนองปิง Citygate Outlets มีร้านค้ามากมายที่ขายสินค้าแบรนด์เนม เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในราคาลดพิเศษ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Citygate Outlets และร้านค้าต่างๆ คุณสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ Citygates Outlets วัดหว่องไทซิน (Wong Tai Sin Temple) วัดหว่องไท่ซินเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฮ่องกง วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการตอบรับคำอธิษฐานของผู้คนที่เดินทางไปที่นั่นพร้อมกับคนในท้องถิ่นที่พูดว่า "สิ่งที่คุณขอก็ได้สมหวังดังใจหมาย" หากต้องการไปวัดหว่องไทซิน ให้ขึ้นรถไฟใต้ดินสายสีเขียวไปยังสถานีหว่องไทซิน จากนั้นออกโดยใช้ทางออก B2 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดหว่องไท่ซิน เปิดวันจันทร์ - อาทิตย์ เวลา 07.30 - 16.30 น. เข้าวัดฟรี แต่ก็มีตู้ให้เราบริจาคได้ วัดแชกุง (Che Kung Temple) วัดแชกุง เป็นวัดที่สวยงามซึ่งอุทิศให้กับ แชกุง ซึ่งเป็นแม่ทัพในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ค.ศ. 1127–1279) หากต้องการเดินทาง ให้ขึ้น MTR สายสีน้ำตาลไปยังสถานี Che Kung Temple และออกโดยใช้ทางออก B จากนั้นเดินต่ออีกไม่ไกลก็จะถึงวัด วัดแชกุง เปิดวันจันทร์ - อาทิตย์ เวลา 08.00 - 18.00 น. เข้าชมฟรี แต่ก็จะมีตู้รับบริจาค ซิมโฟนีออฟไลท์ & ริมน้ำจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui Waterfront) ริมน้ำจิมซาจุ่ย ตั้งอยู่ใจกลางฮ่องกงและเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเดินเล่นและพักผ่อนในช่วงเย็นในฮ่องกง สถานที่นี้ยังเป็นที่ที่คุณสามารถชมการแสดงแสงสี Symphony of Lights ซึ่งเป็นการแสดงแสงสี เลเซอร์ และจอ LED บนท้องฟ้าของฮ่องกงที่สวยงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนในฮ่องกงควรดู การแสดงแสงสีเสียง Symphony of Lights จัดขึ้นทุกวันในเวลา 20:00 น. และสามารถเดินไปตามริมน้ำในย่านจิมซาจุ่ยสามารถเข้าชมได้ฟรี อาจมีคนพลุกพล่าน ดังนั้นควรมาถึงก่อนเวลา หากคุณต้องการสถานที่ชมวิวริมแม่น้ำ หรือคุณสามารถจองการล่องเรือเพื่อดูแสง สี เสียงนี้ได้ ผ่าน Klook ที่จะทำให้คุณพบกับประสบการณ์แบบใหม่ๆ >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาและจองตั๋วล่องเรือในท่าเรือฮ่องกง <<< วันที่ 3 - ฮ่องกง วันที่สองของเราในฮ่องกง เราได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองสองแห่ง เราใช้เวลาช่วงเช้าที่วิคตอเรียพีคเพื่อชมทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจจากจุดชมวิวของเมือง จากนั้นในตอนบ่ายเราไปที่ Hong Kong Disneyland เพื่อสัมผัสกับเครื่องเล่นในสวนสนุก วิคตอเรียพีค (Victoria Peak) Victoria Peak เป็นเนินเขาทางฝั่งตะวันตกของฮ่องกง ซึ่งให้ทัศนียภาพที่ดีที่สุดของเมือง บนยอดเขามีจุดชมวิว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลิน หากต้องการไปยัง Victoria Peak คุณสามารถขึ้นรถไฟสายสีแดงหรือสายสีน้ำเงินไปยังสถานี Central จากนั้นเดินออกทางออก J2 จากนั้นเดินต่ออีก 10 นาทีไปยังสถานี Peak Tram รถรางจะออกทุกๆ 10-20 นาที และเดินทางขึ้นเขาไปตามทางยาว 1,278 เมตร โดยใช้เวลาประมาณ 6 นาทีเพื่อไปถึงยอดเขา สามารถซื้อตั๋วได้ที่ Tram Station ราคา 37HKD (ประมาณ 155 บาท) เที่ยวเดียว และ 52HKD (ประมาณ 218 บาท) ราคาทั้งไปและกลับ เราจองตั๋วล่วงหน้าในราคาพิเศษผ่าน Klook ซึ่งเราขอแนะนำเพราะง่ายและสะดวก พร้อมกับมีส่วนลดต่างๆมากมาย >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาและจองตั๋วรถราง Victoria Peak <<< ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland) Hong Kong Disneyland เป็นสถานที่ที่นักเดินทางในฮ่องกงต้องไม่พลาดโดยเฉพาะผู้ที่มาเที่ยวกับเด็กๆที่จะต้องพามาให้ได้ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์มีเครื่องเล่น 15 รายการ การแสดง 6 รายการ ตลอดจนร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกมากมายให้ผู้ที่เข้าชมได้เพลิดเพลิน ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาทั้งวันในฮ่องกง เราวางแผนไปเที่ยวแค่ 2-3 ชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงที่ดิสนีย์แลนด์ ดังนั้นอย่าลืมเผื่อเวลาไว้มากพอเพื่อที่เราจะได้เล่นเครื่องเล่นได้เต็มที่ ตอนแรกเราคิดว่าที่นี่เอาไว้สำหรับเด็กแต่เราคิดว่าเราสนุกกว่าเด็กอีก ชอบมาก เราจองตั๋วล่วงหน้าในราคาพิเศษผ่าน Klook ซึ่งเราแนะนำ เพราะสะดวกสบายง่าย ไม่ต้องรอคิวนาน และมีส่วนลดมากมายให้เราเลือก >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาและจองตั๋วHong Kong Disneyland <<< วันที่ 4 - มาเก๊า วันที่สาม ของการเดินทางก็ได้เวลาออกจากฮ่องกงไปเที่ยวมาเก๊าใกล้ๆ เพื่อสำรวจสถานที่ท่องเที่ยว St Pauls Church, Love Lane และคาสิโน The Venetian และ The Parisian ที่มีชื่อเสียง นั่งเรือ Speedboat ไปมาเก๊า การเดินทางจากฮ่องกงไปมาเก๊า เราตัดสินใจใช้เรือเร็ว TurboJET ซึ่งจะพาผู้โดยสารระหว่างสองเมืองในเวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง เรือออกจากท่าเรือของฮ่องกงไปยังมาเก๊า ซึ่งอยู่ห่างจากสถานี Sheung Wan ของ MTR สายสีน้ำเงินเข้ม ตั๋วเที่ยวเดียวราคาระหว่าง 160-175HKD (ประมาณ 670-733 บาท) เราจองตั๋วล่วงหน้าในราคาพิเศษผ่าน Klook ซึ่งเราแนะนำเป็นอย่างยิ่งเพราะง่ายและสะดวกมาก >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาและจองตั๋วสำหรับ Hong Kong - Macau TurboJET <<< รถรับส่งไปโรงแรม หลังจากมาถึงท่าเรือ Macau Taipa Ferry Terminal เราเดินตามป้ายทางออกไปยังลานจอดรถซึ่งมีรถแท็กซี่และรถรับส่งฟรีจำนวนมากเพื่อพานักท่องเที่ยวไปยังโรงแรมและคาสิโนทั่วมาเก๊า คาสิโนรายใหญ่และโรงแรมระดับไฮเอนด์ส่วนใหญ่มีบริการรถรับส่งฟรีจากท่าเรือข้ามฟาก Macau Taipa ไปยังตัวเมือง เนื่องจากที่พักของเราที่ Caravel Hotel ไม่มีบริการรถรับส่ง เราจึงใช้บริการรถรับส่งฟรีไปยัง Sofitel Macau at Ponte 16 Hotel ซึ่งอยู่ห่างจาก Caravel Hotel โดยใช้เวลาเดินเพียง 5 นาที เราเช็คอินที่โรงแรมของเราและเติมความสดชื่นก่อนที่จะออกไปสำรวจเมืองเก่ามาเก๊าและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ Caravel Hotel - Macau > >> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาหรือจองห้องพักที่ Caravel Hotel - Macau <<< Sofitel Macau at Ponte 16 Hotel > >> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาหรือจองห้องพักที่ Sofitel Macau at Ponte 16 Hotel <<< เดินเที่ยวย่านเมืองเก่า มาเก๊า (Macau Old Town) จากที่พักของเราที่ Caravel Hotel ใช้เวลาเดินไม่ถึง 10 นาทีไปยังเมืองเก่ามาเก๊าและย่านประวัติศาสตร์ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโปรตุเกสที่สวยงาม ร้านกาแฟ ร้านบูติก ร้านขายของว่าง และร้านขายของที่ระลึก ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับนักเดินทาง เพื่อสำรวจในมาเก๊า เราใช้เวลาสองสามชั่วโมงในการเดินรอบเมืองเก่าของมาเก๊าและเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเช่น Senado Square, Saint Dominic's Church, Lou Kau Mansion และ Love Lane ที่สวยงาม ซึ่งดูและให้ความรู้สึกเหมือนถนนแคบๆ ในเมืองในยุโรป Saint Pauls Church & Monte Fort หลังจากสำรวจเมืองเก่ามาเก๊าและกินทาร์ตไข่สไตล์โปรตุเกสแสนอร่อยแล้ว เราก็ไปเที่ยวชมเซนต์ปอลและป้อมมอนเตซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ กัน และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าได้ฟรี ซากปรักหักพังของ Saint Paul's เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงและถูกถ่ายภาพมากที่สุดในมาเก๊า และเป็นซากปรักหักพังของโบสถ์คาทอลิกในศตวรรษที่ 17 ซึ่งถูกทำลายโดยไฟไหม้ในปี 1835 Monte Fort เป็นป้อม Mount Fort สูง 52 เมตรที่สร้างขึ้นระหว่าง 1617 - 1626 บนยอดป้อมมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงศิลปวัตถุจากประวัติศาสตร์อาณานิคมโปรตุเกส 400 ปีของมาเก๊า เวเนเชียนและปารีเซียน (Venetian & Parisian) หลังจากสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมาเก๊าในช่วงบ่ายแล้ว เราตัดสินใจที่จะใช้เวลาช่วงค่ำเพื่อเยี่ยมชมคาสิโนที่ทันสมัยบางแห่งของเมือง รวมทั้งเดอะเวเนเชี่ยนและปาริเซียน The Venetian เป็นโรงแรมและรีสอร์ทคาสิโนหรูหราสูง 40 ชั้น ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมที่สวยงามของเวนิส มีคลองในร่มที่ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินไปกับการนั่งเรือกอนโดลา ตั้งอยู่ถัดจากเดอะเวเนเชียน รีสอร์ทคาสิโนขนาดใหญ่ โรงแรมหรู และห้างสรรพสินค้าที่เรียกว่า The Parisian ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมของปารีส โดยมีหอไอเฟลขนาดครึ่งสเกลตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า I >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาหรือจองห้องพักที่ The Venetian - Macau <<< >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาหรือจองห้องพักที่ The Parisian - Macau <<< Studio City และชิงช้าสวรรค์ Golden Reel หลังจากถ่ายรูปมากมาย ช้อปปิ้ง และเอร็ดอร่อยกับอาหารค่ำแสนอร่อยที่ The Venetian และ The Parisian เราก็เดินไปที่ Studio City ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งเป็นโรงแรมหรูและคาสิโนอีกแห่งในมาเก๊า เหตุผลหลักในการเยี่ยมชม Studio City ของเราคือการนั่งชิงช้าสวรรค์ Golden Reel อันน่าป ระทับใจ ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์รูปทรงเลข 8 ที่สูงที่สุดในโลกที่ให้ทัศนียภาพกว้างไกลทั่วมาเก๊าจากความสูง 130 เมตร เป็นวิธีที่ดีในการใช้เวลาคืนสุดท้ายของการเดินทาง ก่อนกลับโรงแรมของเรา เราจองตั๋วล่วงหน้าในราคาพิเศษผ่าน Klook ซึ่งเราขอแนะนำเพราะง่ายสะดวกมาก >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาและจองตั๋วสำหรับ Golden Reel Ferris Wheel - Studio City <<< >>> คลิกที่นี่เพื่อดูราคาหรือจองห้องพักที่ Studio City - Macau <<< วันที่ 5 - เที่ยวบินมาเก๊าไปกรุงเทพ เช้าวันต่อมา เราจองแท็กซี่รอบเช้าเวลา 05.00 น. เพื่อพาเราจากโรงแรมคาราเวลไปยังสนามบินนานาชาติมาเก๊า (MFM) ค่าแท็กซี่ 100MOP (ประมาณ 418 บาท) และระยะทาง 10 กม. ใช้เวลาประมาณ 15 นาที หลังจากมาถึงสนามบิน เราเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ กับสายการบิน Air Macau และเลือกซื้อของที่ระลึกในนาทีสุดท้าย เที่ยวบินของเราออกจากท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า (MFM) เวลา 07.40 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) เวลา 09.35 น. ใช้เวลาบินทั้งหมด 2 ชั่วโมง 55 นาที ราคาเที่ยวบินละ 3,330 บาท ℹ️ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในฮ่องกง คุณสามารถอ่านบทความในบล็อกได้ ⬇️ 📍 >>> แนะนำโรงแรมในย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) เกาลูนฮ่องกง -ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัว และใกล้สถานีรถไฟ <<< 📍 >>> แนะนำ15 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ฮ่องกง <<< >>> หากต้องการจองที่พักในฮ่องกงโดยใช้ช่องค้นหาของ Agoda ด้านล่าง <<< #aworldexplored #hongkong #macau #travelhongkong #travelmacau #disneyland #hongkongdisneyland #เที่ยวมาเก๊า #ฮ่องกง #เที่ยวฮ่องกง #มาเก๊า #ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

  • ทริปการเดินทางท่องเที่ยวรอบเมืองปูซาน เกาหลีใต้ 8 วัน 7 คืน เดินทางด้วยรถไฟและรถประจำทางสาธารณะ

    หลังจากที่เราได้เดินทางท่องเที่ยวที่กรุงโซลเมื่อหกเดือนก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นทริปที่เราชอบมากในครั้งนั้นจึงทำให้อยากไปเที่ยวเกาหลีใต้อีกครั้ง และหลังจากที่หาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราก็ตัดสินใจว่าเมืองปูซานคือจุดหมายปลายทางสำหรับเราในครั้งนี้ ดังนั้นเราจึงจองเที่ยวบินและวางแผนสำหรับการเดินทางระยะยาวหนึ่งสัปดาห์ ในบล็อกโพสต์นี้ เราจะบอกถึงแผนการเดินทางของเราสำหรับทริป 8 วัน 7 คืน ที่ปูซาน รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโรงแรมที่เราพัก สถานที่ท่องเที่ยวที่เราไป และร้านอาหารและร้านกาแฟที่เราขอแนะนำอยากให้ทุกคนได้ไปลิ้มลองทั้งรสชาติอาหารและบรรยากาศของเมืองปูซาน เที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ ไป ปูซาน เที่ยวบินของเราไปปูซานคือสายการบิน Jin Air และเราออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ (BKK) เวลา 22:30 น. และถึงสนามบินกิมแฮ ปูซาน (PUS) เวลา 06:50 น. ของวันถัดไป เวลาของเกาหลีเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชั่วโมง และใช้เวลาบินทั้งหมด 5 ชั่วโมง 20 นาที 📍Jin Air Flight วันที่ 1 สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 1 - Gimhae International Airport - Jenopo Cafe Street - Busan Citizens Park - Hocheon Cultural Village - Urbanstay Seomyeon เที่ยวบินของเรากับ Jin Air มาถึง Gimhae International Airport ในปูซานเวลา 06:50 น. หลังจากลงจากเครื่องเราก็เดินทางไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง คิวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองค่อนข้างยาวและเรารอนานกว่าหนึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแค่ถามคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับแผนการเดินทางของเรา สถานที่ที่เราพัก และเราจะเดินทางไปกับใคร เราขอแนะนำให้ก่อนเดินทางไปเกาหลี ขอให้ปริ้นเอกสารเกี่ยวกับเที่ยวบินขากลับ Booking การจองโรงแรม ใบอนุมัติ K-ETA และ Q Code เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหากมีการขอตรวจเช็คเอกสาร หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วเราก็ไปรับกระเป๋าและเตรียมตัวเดินทางเข้าเมือง 📍Gimhae International Airport จากสนามบินนานาชาติ Gimhae เรานั่งรถไฟ Light Rail ไปยังสถานี Sasang จากนั้นเราเปลี่ยนไปขึ้น MRT และเดินทางไปยังสถานี Seomyeong ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับที่พักของเรา 📍Gimhae Light Rail หลังจากมาถึงสถานี Seomyeong ก็เดินไปที่พักของเราที่ Urbanstay Seomyeon ซึ่งโรงแรมหลายๆแห่งในเกาหลีจะเช็คอินได้ในเวลา 15.00-16.00 น. และเวลาเช็คอินที่ Urbanstay Seomyeong สามารถเช็คอินได้ในเวลา 16:00 น. ดังนั้นเราจึงเตรียมการล่วงหน้าเพื่อฝากกระเป๋าของเราที่ห้องเก็บสัมภาระของโรงแรม ส่วนใหญ่โรงแรมในเกาหลีจะให้ฝากกระเป๋าไว้ได้จนกว่าจะพร้อมให้คุณเช็คอิน 📍 Urbanstay Seomyeon - Bag Storage >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Urbanstay Seomyeon จาก Urbanstay Seomyeon เราเดินไปที่ Jeonpo Cafe Street ที่อยู่ใกล้เคียง ถนนสายเล็กๆ แห่งนี้เรียงรายไปด้วยร้านกาแฟมากมายที่ตกแต่งในสไตล์เฉพาะตัว เสิร์ฟเครื่องดื่ม ของว่าง และอาหารมากมาย 📍Jenopo Cafe Street หลังจากสำรวจ Jonopo Cafe Street เราก็ไปทานอาหารกลางวันในร้านอาหารใกล้ ๆ ชื่อร้าน Ueoncho Gimbab เราสั่งกิมจิราเม็ง ราเมนเกี๊ยว และข้าวบิบิมบับ อาหารอร่อย และราคาไม่แพง 📍Ueoncho Gimbab Restaurant จากนั้นเราก็เดินทางต่อ เราขึ้นรถไฟใต้ดิน MRT ไปยังสถานี Bujeon และเดินไปที่ Busan Citizens Park สวนสาธารณะกลางเมืองขนาดใหญ่ เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับการเดินเล่นรอบๆ สวนสาธารณะ และพักดื่มกาแฟในคาเฟ่ บรรยากาศดีกับอากาศเย็นสบาย 📍Busan Citizens Park หลังจากเยี่ยมชม Busan Citizens Park จากนั้นเราเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน MRT ไปยังสถานี Beomil และเดินไปที่ Hocheon Cultural Village ซึ่งเราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเดินท่องเที่ยวสำรวจรอบๆหมู่บ้านแห่งนี้ที่จะมีตรอกซอกซอยที่สามารถเดินหากันได้ทั้งหมดและถ่ายรูปหมู่บ้านที่มีอาคารสีสันสดใส 📍Hocheon Cultural Village หลังจากสำรวจ Hocheon Cultural Village เราก็นั่งรถบัสประจำทางกลับที่พัก เก็บกระเป๋า และเช็คอินห้องพักที่ Urbanstay Seomyeon ซึ่งมีบริการเช็คอินออนไลน์ 100% หลังจากเช็คอินที่ห้องของเราแล้ว เราเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน จึงได้ซื้ออาหารง่ายๆ ราเม็งและอาหารกล่องเบนโตะสำหรับอาหารมื้อค่ำจาก 7-11 ที่อยู่ใกล้ๆกับที่พักของเรา 📍 Urbanstay Seomyeon >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Urbanstay Seomyeon วันที่ 2 สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 2 - Oryukdo Skywalk, Observatory & Park - Igidae Coastal Trail - Gwanggalli Beach - Gwangan Bridge - Urbanstay Seomyeon วันที่สองในปูซาน เราตื่นแต่เช้าและขึ้นรถบัสประจำทางไปที่ Oryukdo Skywalk ซึ่งเราได้แวะกินกาแฟและอาหารเช้าที่ร้านกาแฟก่อนที่จะเดินท่องเที่ยวไปสำรวจ Oryukdo Skywalk, Oryukdo Observatory และ Oryukdo Sunrise Park 📍Oryudo Skywalk & Oryukdo Sunrise Park เมื่อเราเดินชมวิวที่ Oryukdo Skywalk แล้ว จากนั้นเราได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงและเราตัดสินใจที่จะเดินเที่ยวบนเส้นทาง Igidae Coastal Trail จาก Oryukdo Sunrise Park ไปยัง Yongho Starlight Park ซึ่งมีระยะทาง 4.7 กม. เส้นทางเดินป่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและปลอดภัย เราใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการเดินในเส้นทางนี้ โดยมีจุดพักมากมาย ซึ่งเราได้เตรียมอาหารว่าง น้ำ ไว้ด้วยในการเดินในครั้งนี้ 📍Igidae Coastal Trail ระหว่างเดินตามเส้นทางเราได้ชมความสวยงามของธรรมชาติตามขอบชายฝั่งทะเล สำหรับเส้นทางเส้นทางก็เดินง่าย เดินสบายกับอากาศเย็นๆ และเราแวะกินข้าวกลางวันที่สวนสาธารณะริมชายหาดเพื่อกินอาหารที่เราซื้อเตรียมมาจาก 7-11 เมื่อเราเดินเขาตามเส้นทางเสร็จแล้วและมาถึงจุดสุดท้ายก็คือ Yongho Starlight Park เราก็เดินไปที่ป้ายรถเมล์ใกล้ๆ และขึ้นรถเมล์ไปที่ Gwangalli Beach ที่ซึ่งเราใช้เวลาช่วงบ่ายพักผ่อนและชมทิวทัศน์ที่สวยงามของชายหาดและ Gwangan Bridge ที่มีชื่อเสียง 📍Gwangalli Beach and Gwangan bridge หลังจากที่เราเดินชมบรรยากาศชายหาดที่ Gwangalli Beach แล้วเราจึงอยากจะหาร้านกาแฟนั่งพักเพื่อดื่มกาแฟเราจึงเลือกไปที่ร้าน Cup & Cup Cafe ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ทำให้เราได้นั่งดื่มกาแฟในบรรยากาศอุ่นๆ เพราะด้านนอกอากาศเย็น ดังนั้นกาแฟร้อนจึงเป็นเมนูที่เราสั่งในครั้งนี้ ซึ่งทั้งกาแฟและเค้กแสนอร่อยพร้อมทิวทัศน์ที่น่าทึ่งของ Gwangalli Beach และ Gwangan Bridge 📍Cup & Cup Cafe ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เราไปเดินเล่นที่ Gwangalli Beach เพื่อถ่ายรูป และได้เห็นวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น และหาร้านเพื่อทานอาหารเย็น สำหรับมื้อค่ำซึ่งการที่เรามาปูซานเราก็อยากจะลองรสชาติหมูย่างเกาหลี เราได้เลือกร้าน Goban Restaurant Gwangan หมูย่างเกาหลีอร่อยมาก พร้อมบริการที่ยอดเยี่ยม เราขอแนะนำร้านอาหารนี้สำหรับใครที่เข้าพักในย่าน Gwangalli 📍Goban Restaurant Gwangan หลังจากทานอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย เราเดินไปตามชายหาด Gwangalli และดูแสงสีและพลุที่จุดจากเรือก่อนจะหยุดที่ Caffe Pascucci เพื่อพักและด้วยอากาศที่เริ่มเย็นลงเรื่อยๆในช่วงค่ำ เราจึงเลือกที่จะหาโกโก้ร้อนและได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม 📍Cafe Pascucci จากหาด Gwangalli เราเดินไปที่ MRT และนั่งรถไฟกลับไปที่สถานี Seomyeon จากนั้นเดินกลับไปที่ Urbanstay Seomyeon เพื่อพักผ่อนในคืนนี้ วันที่ 3 สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 3 - Geumgang Park - Busan Marine Natural History Museum - Geumgang Cable Car & Geumjeong Mountain - Bujeon Traditional Market - Gunam-ro Street & Gunam-ro Cultural Square - Elysia Boutique Hotel วันที่สามของเราในปูซาน เราเช็คเอาต์จากห้องพักที่ Urbanstay Seomyeon และฝากกระเป๋าไว้ในที่เก็บสัมภาระของโรงแรมก่อนที่เราจะขึ้น MRT ไปยังสถานี Myeongnyun และเดินไปที่ Geumgang Park ระหว่างทาง เราแวะ 7-11 เพื่อทานอาหารเช้าและกาแฟร้อน เพราะวันที่ฝนตกอากาศเย็น เมื่อเรามาถึง Geumgang Park เราก็ได้เดินชมความสวยงามของ 📍Geumgang Park หลังจากเดินรอบสวนแล้ว เราก็ไปเยี่ยมชม Busan Marine Natural History Museum ซึ่งอยู่ติดกันกับสวนที่เราเดินเข้ามา 📍Busan Marine Natural History Museum หลังจากนั้น เราก็เดินผ่านสวนสาธารณะไปยัง Geumgang Cable Car Station และเราขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อขึ้นไปบน Geumjeong Mountain อากาศบนเขาหนาวมากและมีหมอกหนา เนื่องจากฝนตก และน่าเสียดายที่เราไม่สามารถเห็นวิวเมืองปูซานบนจุดชมวิวบนภูเขาได้ 📍Geumgang Cable Car หลังจากเดินชมบนภูเขา Geumjong Mountain ได้ไม่นาน เราก็เริ่มหนาวแล้วก็เริ่มเปียก เราจึงนั่งกระเช้ากลับลงมาจากภูเขาและแวะจิบกาแฟอุ่นๆ ที่ร้าน Mommy's Cafe ซึ่งตั้งอยู่ใน Geumgang Park ซึ่งเดินไม่ไกลจากที่จุดที่เราไปขึ้นรถกระเช้า 📍Mommy's Cafe เมื่อเราได้นั่งพักและดื่มกาแฟอุ่นๆแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางต่อ เรานั่งรถบัสไปที่ Bujeon Traditional Market ซึ่งเราใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการสำรวจเดินดูแผงขายของในตลาด ซึ่งเราได้เห็นของที่คนท้องถิ่นชอบทานและมาเลือกซื้อกันถึงแม้จะเป็นช่วงที่ฝนตกก็ตาม 📍Bujeon Traditional Market เมื่อเราสำรวจเดินดูของที่ Bujeon Traditional Market เสร็จแล้ว เราก็แวะทานอาหารกลางวันที่ Cauldron Whole Chicken Restaurant ซึ่งอยู่ในย่านแถวๆตลาด ซึ่งเราได้ทานไก่ทอดเกาหลีแสนอร่อยเป็นอาหารกลางวันและสำหรับการสั่งอาหารที่เกาหลีแต่ละเมนูค่อนข้างที่จะให้ปริมาณเยอะมาก ดังนั้นเราต้องดูให้ดีว่าเราทานกี่คนจะได้พอดี 📍Cauldron Whole Chicken Restaurant หลังอาหารกลางวัน เราเดินกลับไปที่ Urbanstay Seomyeon เพื่อเก็บสัมภาระกระเป๋าของเราและจากนั้นเราก็นั่งรถไฟใต้ดิน MRT ไปที่ Haeundae Station และเดินไปยังที่พักใหม่ของเราที่ เราเช็คอินห้องของเราที่โรงแรม Elysia Boutique Hotel และเราพักผ่อนสักสองสามชั่วโมงหลังจากที่เดินทางมาทั้งวันก่อนที่จะออกไปทานอาหารเย็น 📍 Elysia Boutique Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Elysia Boutique Hotel ในตอนเย็น เราใช้เวลาสองสามชั่วโมงเดินไปรอบ ๆ Gunam-ro Street และ Gunam-ro Square เพื่อชมร้านค้า ร้านอาหาร และอาหารริมทาง 📍Gunam-ro Street & Gunam-ro Square สำหรับมื้อค่ำ เราแวะทานอาหารเย็นที่ Haeundae Obok Restaurant ซึ่งได้รับการแนะนำอย่างมากบน Tripadvisor ซึ่งเมนูยอดนิยมก็คือ Dwaeji Gukbap (ข้าวซุปหมู) ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นดั้งเดิมจากปูซาน 📍Haeundae Obok Restaurant หลังอาหารเย็นเราเดินกลับไปที่ Elysia Hotel เพื่อพักผ่อนสำหรับคืนนี้ วันที่ 4 สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 4 - Blueline Sky Park & Sky Capsule - Cheongsapo Dartidol Skywalk - Song Jeon Beach - Lotte Premium Outlets Mall - Haedong Yonggungsa Temple - Busan X the Sky - Haeundae Beach - Elysia Boutique Hotel เช้าวันที่ 4 ในปูซาน และเริ่มต้นการท่องเที่ยวของเราในวันนี้ เราเดินไปตามถนนเรียบฝั่ง Haeundae Beach ไปยัง Mipo Station ของ Blueline Sky Park เมื่อเรามาถึงเรารับตั๋วสำหรับการนั่ง Sky Capsule ซึ่งเราได้จองตั๋วมาล่วงหน้าผ่านเว็ปไซต์แล้ว 📍Blueline Sky Park เวลา 9:30 น. เราขึ้น Sky Capsule และเดินทางจากสถานี Mipo Station ไปยังสถานี Cheongsapo Station เราได้นั่ง Sky Capsule ที่ออกแบบมาได้น่ารัก เหมาะกับการถ่ายรูปพร้อมกับวิวที่สวยงาม และใช้เวลาประมาณ 30 นาที 📍Sky Capsule หลังจากที่เรานั่ง Sky Capsule มาถึงสถานี Cheongsapo Station เราก็ใช้เวลาเดินไปรอบ ๆ ท่าเรือและหมู่บ้านชาวประมงและดูร้านกาแฟน่ารัก ๆ ในบริเวณนั้น น่าเสียดายที่ร้านกาแฟส่วนใหญ่ยังคงปิดให้บริการ โดยส่วนใหญ่ร้านจะเปิดในเวลาประมาณ 11:00 - 12:00 น. 📍Cheongsapo Village เราได้เดินเล่นไปเรื่อย รอบๆในบริเวณใกล้เคียงสถานี Cheongsapo Station และเราก็เจอร้าน Cafe Mellow ซึ่งเปิดอยู่และเราหยุดพักพร้อมกาแฟร้อนและช็อคโกแลตบราวนี่ 📍Cafe Mellow และหลังจากที่เราดื่มกาแฟที่ร้าน Cafe Mellow แล้ว เราก็เดินไปตามทางเดินเลียบชายฝั่งไปยัง Cheongsapo Dartidol Skywalk ที่ซึ่งเราใช้เวลาชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามและถ่ายรูปจากทางเดินลอยฟ้าพื้นกระจกยาวเหนือน้ำทะเล 📍Cheongsapo Dartidol Skywalk จาก Choengsapo Dartidol Skywalk เราเดินเลียบชายฝั่งไปเรื่อยๆ จนถึง Song Jeon Beach ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1.5 กม. ซึ่งเราใช้เวลาถ่ายรูปและพักผ่อนริมทะเล 📍Song Jeon Beach สำหรับมื้อกลางวัน เราทานชาบู ชาบูที่ร้าน Shabu Maxi ซึ่งตั้งอยู่ Song Jeong Beach ชาบูชาบูเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ อร่อยมากคุ้มค่ากับราคาไปพร้อมวิวชายหาดและทะเลที่สวยงาม 📍Shabu Maxi หลังจากที่เราทานอาหารกลางวันแสนอร่อยและอิ่มมาก เราก็เริ่มเดินทางต่อ เราเดินไปที่ป้ายรถเมล์ใกล้ๆ และขึ้นรถบัสไปยัง Lotte Premium Outlets Mall ซึ่งเราใช้เวลาเดินเล่นและช้อปปิ้ง 📍Lotte Premium Outlets Mall หลังจากที่เราเดินเล่นช้อปปิ้งที่ Lotte Premium Outlets Mall แล้ว เราก็เดินต่อไปที่วัด Haedong Yonggungsa ซึ่งเราผ่านตลาดของวัดที่มีแผงขายอาหารเกาหลีและเครื่องดื่มริมทางแสนอร่อยมากมายรวมถึงของที่ระลึก 📍Haedong Yonggungsa Temple Market เมื่อเรามาถึงวัด Haedong Yonggungsa เราก็ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมงในการสำรวจเดินชมความสวยงาม บริเวณวัดและ Zodiac Gardens ถ่ายรูปและไหว้พระขอพร 📍Haedong Yonggungsa Temple เมื่อเราสำรวจเดินชมวัดเสร็จแล้ว เราก็จะเดินทางกลับ โดยเราเดินไปที่ป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุดและขึ้นรถเมล์ไป Busan X the Sky เมื่อเรามาถึง Busan X the Sky เราซื้อตั๋วแล้วไปที่ชั้น 100 เพื่อชมวิวอันสวยงามของหาดแฮอุนแดและวิวรอบๆเมืองปูซาน เราใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงที่ Busan X the Sky เพราะเราต้องการชมวิวช่วงกลางวัน และวิวในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน และวิวกลางคืน 📍Busan X the Sky >> คลิกที่นี่สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองตั๋ว Busan X the Sky ผ่าน Klook จาก Busan X the Sky เราใช้เวลาเดินเล่นที่ Haeundae Beach ก่อนที่จะไปที่ Gunam-ro Street เพื่อหาร้านอาหารทะเลสำหรับมื้อค่ำเราไปทานอาหารเย็นที่ Hyeja Seafood Restaurant สั่งหอยย่างและสตูว์ทะเลรสเผ็ดที่เราปรุงเองที่โต๊ะ อาหารอร่อยและบริการดีมาก 📍Hyeja Seafood Restaurant หลังอาหารเย็น เราเดินกลับไปที่ Elysia Boutique Hotel เพื่อแวะพักระหว่างทางเพื่อลองชิมอาหารเกาหลีริมทาง เช่น ไอศกรีมรังผึ้ง บันจอปัง (ขนมปังปลา) และสตรอเบอร์รี่ลูกกวาด วันที่ 5 สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 5 - Dongbaek Park - Dongbaekseom Light House - Nurimaru APEC House - SeaLife Busan Aquarium - Lotte Department Store Gwangbok - Busan Connect Ocean Hotel หลังจากที่เราได้เดินทางท่องเที่ยวแบบเต็มวันในช่วงสองสามวัน ดังนั้นในวันนี้เราจึงตื่นสายหน่อย และได้เช็คเอาต์จาก Elysia Boutique Hotel แต่ยังคงขอเก็บกระเป๋าไว้กับโรงแรมก่อน แล้วเราก็เดินไปที่ Holly's Cafe ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อทานอาหารเช้าและกาแฟตอนสายๆ พร้อมกับได้ชมวิวสวยๆของ Haeundae Beach 📍Holly's Cafe จาก Haundae Beach เราได้ค้นหาข้อมูลเราจึงเลือกเดินไปตามเส้นทาง Dongbaekseom Coastal Trail ไปยัง Dongbaek Park และ Dongbaekseom Lighthouse ซึ่งเราใช้เวลาถ่ายรูปแนวชายฝั่งและทะเลที่สวยงาม 📍Dongbaek Park & Dongbaekseom Lighthouse หลังจากเดินสำรวจเที่ยวชม Dongbaek Park เราก็เดินไปที่ Nurimaru APEC House ซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกันที่เราเดินชม Dongbaek Park เพียงแค่เดินต่อไปอีกนิด ก่อนที่จะกลับไปที่ Haeundae Beach 📍Nurimaru APEC House หลังจากนั้นเราก็เดินกลับตามเส้นทางเดิมเพื่อไปที่หาด Haundae Beach เพื่อเราจะไปเยี่ยมชม Sea Life Busan Aquarium ซึ่งเราใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงในการเดินไปรอบ ๆ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเพื่อดูปลาและสัตว์หลากหลายประเภท 📍Sea Life Busan Aqauarium >> คลิกที่นี่สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองตั๋ว Sea Life Busan Aqaurium ผ่าน Klook หลังจากเที่ยว Sea Life Busan Aquarium เสร็จ เราก็กลับไปเอากระเป๋าที่ Elysia Hotel เพื่อไปเอากระเป๋าแล้วขึ้นรถบัสไปที่พักใหม่ของเราที่ Busan Connect Ocean Hotel ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน Nampo-dong หลังจากเช็คอินห้องพักแล้วเราก็พักผ่อนก่อน 📍Busan Connect Ocean Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Busan Connect Ocean Hotel ในตอนเย็นเราเดินไปที่ห้างสรรพสินค้า Lotte Department Store Gwangbok และทานอาหารเย็นที่ศูนย์อาหาร จากนั้นเราก็ไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อเครื่องดื่มท้องถิ่นของที่นี่ ขนมขบเคี้ยว และอาหารเช้าสำหรับวันถัดไป ก่อนที่เราจะกลับมาที่โรงแรม Busan Connect Ocean Hotel เพื่อพักผ่อนสำหรับคืนนี้ 📍Lotte Department Store Gwangbok วันที่ 6 สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 6 - Songdo Beach & Songdo Cloud Trails - Songdo Cable Car (Busan Air Cruise) - Songdo Yonggung Suspension Bridge - Gamechecon Cultural Village - Huinnyeoul Culture Village - Busan Connect Ocean Hotel หลังจากตื่นแต่เช้าและทานอาหารเช้าในห้องพักของโรงแรมแล้ว จากนั้นเราก็นั่งรถบัสไปที่ Songdo Beach ซึ่งเราใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการสำรวจชายหาดและ Songdo Cloud Trails ที่อยู่เหนือน้ำทะเล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยมากอีกแห่งหนึ่งของที่นี่ 📍Songdo Beach and Songdo Cloud Trails จากนั้น เราก็เดินต่อไปที่ Songdo Bay และขึ้น Songdo Cable Car (Busan Air Cruise) ไปยัง Observatory Station ที่ Songdo Sky Park ด้านบนจะมีจุดชุมวิว สวนสาธารณะให้เราเดินเล่นชมธรรมชาติและมีร้านอาหารด้วย 📍Songdo Cable Car & Songdo Sky Park >> คลิกที่นี่สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองตั๋ว Songdo Cable Car (Busan Air Cruise) ผ่าน Klook จากสถานีเคเบิลคาร์ เราเดินผ่าน Songdo Sky Park ไปยัง Songdo Yonggung Suspension Bridge ซึ่งทำให้เราได้ชมวิวอันสวยงามของวิวทะเลรอบๆ จากสะพานนี้ 📍Songdo Yonggung Suspension Bridge เมื่อเราสำรวจเดินชมรอบๆ Songdo Sky Park เสร็จแล้ว เราก็นั่งรถเคเบิลกลับไปที่ Songdo Bay Station จากนั้นขึ้นรถบัสไปยัง Gamchecon Cultural Village ซึ่งเราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเดินไปรอบ ๆ ตามถนนซอยเล็กๆ ถ่ายรูป ลองชิมอาหารท้องถิ่นของที่นี่ และซื้อของที่ระลึก 📍Gamcehon Cultural Village จากนั้นการที่จะได้ชมวิวสวยๆของ Gamcheon Cultural Village และชมทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของ Gamcheon Cultural Village จากร้าน Avant Garde Cafe 📍Avant Garde Cafe เมื่อชมวิวแล้วจากนั้น เราก็เดินเล่นรอบๆตามซอยของ Gamcheon Cultural Village และเดินลงไปเรื่อยๆ เพราะเส้นทางทางการเดินก็สวยงามสามารถแวะถ่ายรูปได้ตลอด และเราก็ได้เดินดูร้านอาหารแถวๆนั้น และได้ทานอาหารกลางวันที่ร้าน Gamcheon Beef Soup Restaurant ซุปเนื้อรสเผ็ดและซุปเกี๊ยวปลา อร่อยมาก 📍Gamcheon Beef Soup Restaurant หลังจากทานอาหารกลางวันจนอิ่มและเติมพลังงานแล้ว เราก็เริ่มออกเดินทางต่อ เรานั่งรถบัสจาก Gamcheon Cultural Village ไปยัง Huinnyeoul Cultural Village เมืองชายทะเลเล็กๆ ที่มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร น่ารักๆสวยๆ และจุดถ่ายรูปลงอินสตาแกรมมากมาย 📍Huinnyeoul Cultural Village เราอยากจะนั่งดื่มกาแฟ เพื่อชมวิวอันสวยงามของที่นี่ เราก็เลยเลือกไปที่ร้าน Cupnut Yeongdo Cafe ทำให้เราได้นั่งจิบกาแฟ พร้อมกับได้เห็นวิวรอบๆ วิวสะพานจากทะเล วิวรอบๆของหมู่บ้าน สวยงามมาก 📍Cupnut Yeongdo Cafe เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเดินรอบ ๆ Huinnnyeoul Cultural Village สำรวจเส้นทางเดิน จุดชมวิว และ Huinnyeoul Coastal Walk & Tunnel บรรยากาศโดยรอบสวยงามเดินได้ง่าย กับอากาศเย็นๆ 📍Huinnyeoul Coastal Walk and Tunnel เมื่อเราได้เดินชมความสวยงามของ Huinnyeoul Culture Village แล้วเราก็เริ่มเดินทางต่อ เราเดินไปหาป้ายรถเมล์และนั่งรถเมล์กลับไปที่สถานี Nampo เพื่อไปเยี่ยมชม Busan Tower ซึ่งเราไม่ได้ขึ้นไปบนหอคอยชมวิว เราเพียงเดินเที่ยวรอบๆ Busan Tower 📍Busan Tower เราใช้เวลาเดินเที่ยวชมรอบ Busan Tower ไม่นานจากนั้นเราเดินต่อไปที่ BIFF Square ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และแผงขายอาหารริมทางมากมาย 📍BIFF Square หลังจากเดินเล่นรอบๆ BIFF Square ก็เริ่มหิวกันแล้ว และความตั้งมั่นของเราก็ยังคงอยากลิ้มลองรสชาติของหมูย่างเกาหลี เราก็ไปทานอาหารเย็นที่ Win Win Livestock Restaurant ซึ่งเป็นร้านหมูเกาหลีแสนอร่อยที่คัดสรรเนื้อหมูและเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยม อร่อยมาก ชอบกับความบุฟเฟ่ผักและเครื่องเคียง ตักได้ตลอด 📍Win Win Livestock Restaurant หลังจากที่เราเต็มอิ่มกับหมูย่างเกาหลีอันแสนอร่อยแล้ว ก็ถึงเวลาต้องกลับไปพักผ่อนเก็บแรงเพื่อวันพรุ่งนี้ เราเดินกลับไปที่ Busan Connect Ocean Hotel วันที่ 7 สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 7 - Bemeosa Temple - Jagalchi Market - Apple Outlet Mall - Premium AVA Hotel วันที่ 7 ของเราในปูซาน เราตื่นแต่เช้า เช็คเอาต์ออกจากห้องพักที่ Busan Conncet Ocean Hotel และฝากกระเป๋าไว้ในที่เก็บสัมภาระของโรงแรม จากนั้นเรานั่ง MRT ไปยัง Nopo Station ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองมากกว่า 20 กม. 📍Nopo Station เมื่อเรามาถึงสถานี Nopo Station เราขึ้นรถเมล์ไปยัง Beomeosa Temple รถเมล์จะไปจอดตรงป้ายรถเมล์ทางขึ้นวัดให้เลย ซึ่งเราใช้เวลาสำรวจเที่ยวชมบรรยากาศวัดและเดินเล่นบริเวณรอบๆ 📍Beomeosa Temple จากพื้นที่วัด Beomeosa Temple เราได้เดินบนเส้นทางเดินป่าผ่านป่าธรรมชาติที่สวยงามก่อนที่เราจะหาสถานที่รับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งเส้นทางการเดินก็จะพาเราเดินลงไปตรงจุดขึ้นรถเมล์และร้านอาหารที่อยู่ด้านล่าง 📍Beomeosa Hiking Trails จากนั้นเราทานกาแฟและอาหารกลางวันที่ร้านกาแฟและร้านอาหาร ด้านล่างซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับป้ายรถเมล์ ก่อนที่เราจะขึ้นรถบัสและ MRT กลับไปที่ Nampo Station ในใจกลางเมืองปูซาน 📍Beomeosa Restaurant & Cafe จาก Nampo Station เราเดินไปที่ Jagalchi Market ซึ่งเป็นตลาดอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปูซาน และใช้เวลาเดินดูอาหารทะเลสดที่สดมากๆและเยอะมาก 📍Jagalchi Market หลังจากเดินที่ตลาด Jagalchi Market แล้ว เราเดินกลับไปที่ Busan Connect Ocean Hotel เพื่อรับกระเป๋า จากนั้นเราก็ขึ้นรถบัสไปยัง Sasang Station เพื่อเช็คอินโรงแรมถัดไปใกล้ Gimhae Airport เนื่องจากเที่ยวบินของเราออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น เมื่อเรามาถึง Sasang Station เราก็เดินไปยังที่พักของเราที่ Premium Ava Hotel และเช็คอินห้องพักก่อนที่จะออกไปสำรวจพื้นที่และหาที่ทานอาหารเย็น 📍Premium Ava Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Premium Ava Hotel และสำหรับอาหารมื้อเย็นของเรา เรายังคงอยากจะลองชิมหมูย่างเกาหลีในแต่ละย่านที่เราพัก แต่ละที่จะมีความแตกต่างกันอย่างไร เราจึงเลือกหมูเกาหลีอันแสนอร่อยที่ Great Defeat of the World Restaurant ซึ่งเสิร์ฟเนื้อสไลด์บางๆ หลากหลายชนิดในราคาถูกมากและเป็นร้านที่ร่อยถูกใจเรามากสำหรับทริปการเดินทางของเราในครั้งนี้ 📍Great Defeat of the World Restaurant หลังอาหารเย็น เราใช้เวลาเดินช้อปปิ้งที่ Apple Outlet Mall ที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อนเราจะเดินกลับไปที่ Premium Ava Hotel ในคืนนี้ 📍Apple Outlet Mall วันที่ 8 สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 8 - Seokbulsa Temple - Hwamyeong Ecological Park - Gimhae International Airport เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเราในปูซาน และเราต้องไปสนามบินในตอนบ่าย เราจึงมีเวลาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวไม่มากนัก เราจึงตื่นแต่เช้าและขึ้นรถบัสไปยัง Guemjeongsan Mountain เพื่อเริ่มเดินเขาขึ้นไปยัง Seokbulsa Temple การเดินขึ้นไปยัง Seokbulsa Temple นั้นสูงชัน โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่ทิวทัศน์นั้นสวยงามมากและคุ้มค่ากับความพยายาม 📍Hike to Seokbulsa Temple เมื่อเรามาถึง Seokbulsa Temple เราใช้เวลานั่งพักในวัด ไหว้พระขอพร และถ่ายรูปทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นสถานที่สวยงามมาก ทั้งบรรยากาศรอบด้านที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ทำให้เงียบสงบ 📍Seokbulsa Temple เมื่อเราได้เดินสำรวจถ่ายภาพรอบๆบริเวณวัดเสร็จแล้ว เราก็เดินกลับลงมาจากภูเขาผ่านหมู่บ้านท้องถิ่นเพื่อขึ้นรถเมล์กลับเข้าเมือง 📍Guemjeongsan Mountain Village เมื่อเราเดินลงจากเขามาเรื่อยและมาที่ป้ายรถเมล์ จากนั้นเรานั่งรถบัสไปที่ Hwamyeong Ecological Park เนื่องจากเรามีเวลาน้อย เราจึงแวะไปดูสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของที่นี่ ที่จะมีทางเดินเป็นสะพานยาวให้เราเดินได้อย่างง่ายๆได้เลยจากป้ายรถเมล์ 📍Hwamyeong Ecological Park หลังจากเพลิดเพลินกับความสวยงามของ Hwamyeong Ecological Park แล้ว เราก็นั่งรถเมล์กลับไปที่ Sasang Station และทานบิมบับ (ข้าวปั้น) มื้อเที่ยงแสนอร่อยที่ 153 Gupo Restaurant 📍153 Gupo Restaurant หลังอาหารกลางวัน เราเดินกลับไปที่ Premium Ava Hotel อาบน้ำ เก็บกระเป๋า และเช็คเอาต์ออกจากห้อง จากนั้นเดินกลับไปที่สถานี Sasang เพื่อขึ้นรถไฟไปยังสนามบินนานาชาติ Gimhae เมื่อเรามาถึงสนามบิน เราเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องขากลับ ดื่มกาแฟที่ร้าน Ediya Cafe จากนั้นไปช้อปปิ้งของที่ระลึกที่ Lotte Duty-Free 📍Gimhae International Airport เที่ยวบินจาก ปูซาน ไป กรุงเทพฯ เที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ ของเรากับ Jin Air ออกจาก Gimhae International Airport - Busan (PUS) เวลา 19:05 น. และถึง Suvarnabhumi International Airport - Bangkok (BKK) เวลา 22:30 น. ของวันเดียวกัน (เวลาไทย ช้ากว่าเกาหลี 2 ชั่วโมง) รวมเที่ยวบินทั้งหมด เวลา 5 ชั่วโมง 25 นาที สำหรับทริปการเดินทางเที่ยวในปูซานของเรา ทั้งหมด 8 วัน 7 คืน ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้รู้จักกับเมืองปูซานนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงอาหารของที่นี่ เราชอบและประทับใจกับการมาเที่ยวที่นี่ ซึ่งเราคิดว่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย และมีจุดถ่ายรูปเยอะมาก ถึงแม้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่จะมีเยอะโดยอยู่รอบๆเมือง แต่ที่นี่ก็ได้สร้างความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งรถไฟ รถเมล์ ที่ทำให้เราสามารถเดินทางไปเที่ยวทุกที่ได้อย่างง่าย อีกทั้งทางด้านธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา เมืองปูซานสามารถสร้างสวนสาธารณะที่ทำให้คนทุกคนใช้ร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน ออกมาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์และออกกำลังกาย การที่คนที่นี่มีความสุขกับการใช้ชีวิต เมืองแห่งนี้ก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และผู้ที่มาเยี่ยมเยียนก็ได้รับความสุขไปเช่นกัน แล้วเราจะกลับมาเยี่ยมใหม่อย่างแน่นอน..มหานครปูซาน หากคุณไปเที่ยวปูซานในช่วงเวลาสั้นๆ เราขอแนะนำให้คุณซื้อบัตร Visit Busan Pass ผ่าน Klook มี 2 ประเภท คือ บัตร 24 ชั่วโมง และ บัตร 48 ชั่วโมง บัตร Visit Busan Pass จะให้สิทธิ์คุณเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใน Busan 30 แห่งฟรี ตลอดจนส่วนลดและสิทธิประโยชน์สำหรับร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และการขนส่ง ซื้อบัตร Visit Busan Pass คุณจะประหยัดเวลาและเงินเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตร Visit Busan Pass หรือทำการจอง >> คลิกที่นี่เพื่อไปที่ Klook ℹ️ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในปูซานและเกาหลีใต้ คุณสามารถอ่านบล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ ⬇️ 📍>> แนะนำโรงแรมที่พัก 4 ย่านยอดนิยมในปูซาน: Haeundae, Gwangalli, Seomyeon & Nampo -dong - Update 2023 📍>> 26 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมื่อมาเที่ยวที่เมืองปูซาน 📍 >> ค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทางท่องเที่ยวรอบปูซาน รวม 8 วัน 7 คืน ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก ค่าเดินทาง 📍 >> เที่ยวเกาหลีใต้ 5 วัน 4 คืน เดินทางด้วยตัวเองเที่ยวรอบกรุงโซล 📍 >> แนะนำโรงแรมในย่าน เมียงดง (Myeongdong) โซล เกาหลีใต้ - ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานีรถไฟ 📍 >> แนะนำบัตรท่องเที่ยว "Discover Seoul Pass" - เข้าฟรีและส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซล คุ้มมาก #aworldexplored #busan #korea #southkorea #travelbusan #travelkorea #busanhotels #busanattractions #haeundae #seomyeon #gwangalli #nampodong #travelsouthkorea #ปูซาน #เกาหลี #เกาหลีใต้ #ท่องเที่ยวปูซาน #ท่องเที่ยวเกาหลี #ท่องเที่ยวเกาหลีใต้ #สถานที่ท่องเที่ยวในปูซาน #โรงแรมปูซาน #แฮอุนแด #กวังกัลลี #ซอมยอน #นัมโปดง

  • ค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทางท่องเที่ยวเมืองปูซาน รวม 8 วัน 7 คืน ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก ค่าเดินทาง

    ในบล็อกโพสต์นี้ เราจะสรุปค่าใช้จ่ายของทริปการเดินทางท่องเที่ยว 8 วัน 7 คืน ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ สำหรับสองคน เราจะรวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด รวมทั้งวีซ่า ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ที่กิน การเดินทาง และสถานที่ท่องเที่ยว ค่าวีซ่า (Visa) ก่อนที่เราจะเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ เราต้องสมัครขอวีซ่า K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ทางออนไลน์เช่นเดียวกับคนไทยทุกคน ค่าสมัครอยู่ที่ 10,000 ₩ (ประมาณ 260 บาท) ต่อคน และไม่สามารถขอคืนได้แม้ว่าใบสมัครของคุณจะถูกปฏิเสธ K ETA เป็นค่าธรรมเนียมการสมัครที่ต้องจ่ายเพียงครั้งเดียว และเมื่อ K-ETA ของคุณได้รับการอนุมัติแล้ว จะมีอายุ 2 ปี และคุณสามารถเที่ยวเกาหลีใต้กี่ครั้งก็ได้ภายในเวลานั้น * ค่าวีซ่าทั้งหมด 520 บาท (260 บาท ต่อคน) ค่าตั๋วเครื่องบิน เราจองเที่ยวบินกับสายการบิน Jin Air ซึ่งเป็นเที่ยวบินจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ (BKK) ไปสนามบินนานาชาติกิมแฮ ปูซาน (PUS) รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ 11,975 บาทต่อคน การจองเที่ยวบินครั้งนี้รวมน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ ฟรี 15 กก. ดังนั้นจึงคุ้มค่ามาก * ราคารวมตั๋วเครื่องบิน 23,950 บาท (11,975 บาท ต่อคน) เพื่อให้ได้ราคาตั๋วเครื่องบินไปปูซานราคาถูก เราแนะนำให้คุณใช้ Skyscanner เพื่อค้นหาเที่ยวบินเพราะใน Skyscanner จะเปรียบเทียบสายการบินทั้งหมดที่บินไปปูซาน พร้อมทั้งแสดงในแต่ละเวลาในการเดินทางซึ่งเป็นข้อมูลที่ดีมากสำหรับการใช้ในการวางแผนการท่องเที่ยว ค่าที่พักโรงแรม การเดินทางไปปูซานเราต้องจองที่พักทั้งหมด7 คืน เราเลือกพักในสี่ย่านในปูซานที่แตกต่างกันระหว่างการเดินทาง เพื่อให้เราสำรวจพื้นที่ต่างๆ ของปูซานได้ง่ายขึ้น เราจองที่พักทั้งหมดกับ Agoda ค่าที่พักของเรามีดังนี้: 📍 คืนที่ 1 & 2: Urbanstay Seomyeon (2 คืน 3,880 บาท) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Urbanstay Seomyeon 📍คืนที่ 3 & 4: Elysia Boutique Hotel (2 คืน 3,144 บาท) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Elysia Boutique Hotel 📍คืนที่ 5 & 6: Busan Connect Ocean Hotel (2 คืน 3,970 บาท) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Busan Connect Ocean Hotel 📍คืนที่ 7: Premium Ava Hotel (1 คืน 2,086 บาท) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Premium Ava Hotel * รวมค่าใช้จ่ายที่พักโรงแรม 13,080 บาท (6,540 บาท ต่อคน) 📍>> แนะนำโรงแรมที่พัก 4 ย่านยอดนิยมในปูซาน: Haeundae, Gwangalli, Seomyeon & Nampo -dong - Update 2023 << หากต้องการจองที่พักคุณภาพในปูซานในราคาที่ดี เราแนะนำให้คุณจองผ่าน Agoda ⬇️ ค่าเดินทาง ในช่วงเวลาที่เราอยู่ที่ปูซาน โดนส่วนใหญ่เราจะเดินไปรอบ ๆ เมือง เพราะเราเชื่อว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นสถานที่ใหม่ ๆ และสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ในการเดินทางไกล และเราใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟใต้ดินและรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งเราใช้บัตร T-Money ราคาค่าขนส่งสาธารณะถูกมากด้วยราคาเพียง 20 บาท - 40 บาทต่อเที่ยว ค่าเดินทางของเราสำหรับ แปดวันในปูซานมีดังนี้: รถไฟและรถเมล์ประจำทาง: 1,864 บาท * รวมค่าใช้จ่ายขนส่ง 1,864 บาท (932 บาท ต่อคน) ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว ระหว่างการเดินทางไปปูซาน เราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเยี่ยมชมสวนสาธารณะ ชายหาด เส้นทางเดินป่า และตลาดที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เรายังพบว่าสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น วัด สกายวอล์ค และพิพิธภัณฑ์สามารถเข้าชมได้ฟรีเช่นกัน ค่าใช้จ่ายในการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวในปูซานมีดังนี้: Sky Capsule: 894 บาท Geumgang Cable Car: 460 บาท Songdo Cable Car: 1,070 บาท Busan X the Sky: 1,380 บาท SeaLife Busan Aquarium: 1,158 บาท Songdo Yonggung Suspension Bridge: 52 บาท * รวมค่าใช้จ่ายสถานที่ท่องเที่ยว 5,014 บาท (2,507 บาท ต่อคน) คุณสามารถประหยัดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในปูซานได้ด้วยการจองตั๋วล่วงหน้าผ่าน Klook ⬇️ หากคุณจะอยู่ที่ปูซานเพียงช่วงสั้นๆ คุณควรซื้อบัตร Busan Pass ผ่าน Klook ซึ่งมีให้บริการ 24 ชั่วโมงหรือ 48 ชั่วโมง ⬇️ ค่าอาหาร ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวปูซาน ค่าใช้จ่ายที่มากที่สุดของเราก็คือค่าอาหาร เนื่องจากเราต่างก็ชื่นชอบอาหารเกาหลีและทานอาหารที่ร้านอาหารเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้เรายังใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ร้านกาแฟวิวสวย เพื่อประหยัดเงินค่าอาหาร เรามักจะไป 7-11 และมินิมาร์ทในตอนเช้าเพื่อซื้ออาหารสำหรับมื้อเช้า ขนม และน้ำติดกระเป๋าไว้กินระหว่างวัน รวมค่าอาหารระหว่างทริปของเราดังนี้: 7-11 และมินิมาร์ท: 1,884 บาท ซูเปอร์มาร์เก็ต: 1,502 บาท ร้านอาหาร: 9,870 บาท ร้านกาแฟ: 3,010 บาท อาหาร Street food : 638 บาท * รวมค่าใช้จ่ายอาหาร 16,904 บาท (8,452 บาท ต่อคน) หากคุณสนใจในอาหารและการทำอาหารเกาหลี มีทัวร์ตลาดและชั้นเรียนทำอาหารมากมายที่คุณสามารถจองผ่าน Klook ⬇️ รวมค่าใช้จ่ายทริปปูซาน 8 วัน 7 คืน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับทริปปูซาน 8 วัน 7 คืนของเราที่เกาหลีใต้ รวมวีซ่า ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่าอาหาร ค่าการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว มีดังนี้: 1.) ค่าวีซ่า: 520 บาท 2.) ค่าตั๋วเครื่องบิน: 23,950 บาท 3.) ค่าที่พักโรงแรม: 13,080 บาท 4.) ค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ: 1,864 บาท 5.) ค่าสถานที่ท่องเที่ยว: 5,014 บาท 6.) ค่าอาหาร: 16,904 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งหมด: 61,332 บาท สำหรับสองคน / 30,666 บาท ต่อคน เรารู้สึกว่าสำหรับราคานี้การเดินทางไปปูซานของเรานั้นคุ้มค่ามาก เพราะเราได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย พักในโรงแรมที่สะอาดสะดวกสบาย และทานอาหารอร่อยๆ ร้านกาแฟวิวสวย การเดินทางในปูซานหรือเมืองอื่นๆ ในเกาหลีใต้สามารถเดินทางในราคาถูกได้ โดยทานอาหารในร้านอาหารท้องถิ่น พักในที่พักราคาประหยัด ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวฟรีที่มีอยู่มากมาย หากคุณไปเที่ยวปูซานในช่วงเวลาสั้นๆ เราขอแนะนำให้คุณซื้อบัตร Visit Busan Pass ผ่าน Klook มี 2 ประเภท คือ บัตร 24 ชั่วโมง และ บัตร 48 ชั่วโมง บัตร Visit Busan Pass จะให้สิทธิ์คุณเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใน Busan 30 แห่งฟรี ตลอดจนส่วนลดและสิทธิประโยชน์สำหรับร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และการขนส่ง ซื้อบัตร Visit Busan Pass คุณจะประหยัดเวลาและเงินเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตร Visit Busan Pass หรือทำการจอง >> คลิกที่นี่เพื่อไปที่ Klook ⬇️ ℹ️ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในปูซานและเกาหลีใต้ คุณสามารถอ่านบล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ ⬇️ 📍>> แนะนำโรงแรมที่พัก 4 ย่านยอดนิยมในปูซาน: Haeundae, Gwangalli, Seomyeon & Nampo -dong - Update 2023 📍 >> 26 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมื่อมาเที่ยวที่เมืองปูซาน 📍 >> ทริปการเดินทางท่องเที่ยวรอบเมืองปูซาน เกาหลีใต้ 8 วัน 7 คืน เดินทางด้วยรถไฟและรถประจำทางสาธารณะ 📍 >> เที่ยวเกาหลีใต้ 5 วัน 4 คืน เดินทางด้วยตัวเองเที่ยวรอบกรุงโซล 📍 >> แนะนำโรงแรมในย่าน เมียงดง (Myeongdong) โซล เกาหลีใต้ - ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานีรถไฟ 📍 >> แนะนำบัตรท่องเที่ยว "Discover Seoul Pass" - เข้าฟรีและส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซล คุ้มมาก #aworldexplored #southkorea #korea #busan #travelkorea #travelsouthkorea #travelbusan #เที่ยวเกาหลี #เกาหลีใต้ #เกาหลี #เกาหลีใต้ #ปูซาน #เที่ยวปูซาน #เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง #เที่ยวเกาหลีใต้ด้วยตัวเอง #เที่ยวปูซานด้วยตัวเอง #ค่าเดินทางเกาหลี #ค่าเดินทางเกาหลีใต้ #ค่าเดินทางปูซาน

  • แนะนำที่พัก 5 ย่านยอดนิยมในไทเป ไต้หวัน อัปเดต ปี 2024 - ซีเหมินติง (Ximending), จงเจิ้ง (ZhongZheng), ซินยี่ (Xinyi), จงซาน (Zhogshan), และ ต้าอัน (Da'an)

    ไทเปเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน มีประชากรมากกว่า 2.6 ล้านคนอาศัยอยู่ในเขตที่มีความแตกต่างกันใน 12 เขตของเมือง และเพื่อให้ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวที่ไทเปได้เดินทางเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้ง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บาร์ และแหล่งช้อปปิ้งมากมาย ในบล็อกโพสต์นี้ เราจะขอแนะนำ 5 ย่านที่ดีที่สุดที่ควรไปพักเมื่อมาเยือนไทเป และแนะนำโรงแรมที่ได้รับการรีวิวสูงสุดบางส่วนในแต่ละย่าน พร้อมที่พักที่สะอาด สะดวก สบาย และปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม 1.) ย่านซีเหมินติง (Ximending) ซีเหมินติงเป็นหนึ่งในย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักเมื่อมาเยือนไทเป เป็นพื้นที่ทันสมัยของเมืองที่มีสิ่งน่าสนใจมากมายให้ดูและมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ซีเหมินติงเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับการช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และแหล่งสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม ซึ่งทำให้เป็นพื้นที่น่าตื่นตาตื่นใจที่จะมาพักและเที่ยวรอบๆ ย่านซีเหมินติงเป็นหนึ่งในย่านที่นิยมของทั้งนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่นที่กำลังมองหาอาหารรสเลิศ การช้อปปิ้ง และความบันเทิง ซีเหมินติงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศที่คึกคักของไทเปสมัยใหม่ ซีเหมินติงมีที่พักให้บริการนักท่องเที่ยวในราคาประหยัดไปจนถึงที่พักระดับกลาง รวมถึงโรงแรมบูติกที่ดีที่สุดในไทเป 📌 โรงแรมยอดนิยมในย่านซีเหมินติง (Ximending) Hotel Papa Whale >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel PaPa Whale ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.5) ราคาห้องพัก: 1,800 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel PaPa Whale Hotel Midtown Richardson >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel Midtown Richardson ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.2) ราคาห้องพัก: 2,200 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel Midtown Richardson Green World Zhonghua >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Green World ZhongHua ระดับดาว: ⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.3) ราคาห้องพัก: 1,800 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Green World ZhongHua Mayer Inn >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mayer Inn ระดับดาว: ⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.4) ราคาห้องพัก: 1,500 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mayer Inn 2.) ย่านจงเจิ้ง (Zhongzheng) จงเจิ้งเป็นย่านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเลือกมาพักที่นี่ในระหว่างที่มาเที่ยวในไทเป เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้สามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นได้ง่าย และอยู่ใกล้เจียงไคเช็คและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน ย่านจงเจิ้งยังเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟหลักของไทเปและสถานีขนส่งไทเป ทำให้สะดวกสำหรับนักเดินทางที่ต้องการเดินทางไปยังเมืองอื่นๆ ในไต้หวัน จงเจิ้งมีตัวเลือกที่พักมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตั้งแต่โรงแรมระดับกลางไปจนถึงถึงโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว จงเจิ้งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้มาเยือนไทเปเป็นครั้งแรก 📌 แนะนำที่พักที่ดีที่สุดในย่านจงเจิ้ง (Zhongzheng) Wowhappy Taipei >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wowhappy Taipei   ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.9) ราคาห้องพัก: 2,500 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wowhappy Taipei Hotel Gracery Taipei >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel Gracery Taipei   ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Exceptional (9.2) ราคาห้องพัก: 4,000 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel Gracery Taipei Hua Shan Din by Cosmos Creation >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hua Shan Din by Cosmos Creation   ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.9) ราคาห้องพัก: 2,800 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hua Shan Din by Cosmos Creation Wallsun Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wallsun Hotel   ระดับดาว: ⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.2) ราคาห้องพัก: 2,200 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wallsun Hotel 3.) ย่านซินยี่ (Xinyi) ซินยี่เป็นย่านที่มีความทันสมัยของไทเป ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องแหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนม อาหารรสเลิศ และโรงแรมหรู ย่าน ซินยี่ ยังเป็นที่ตั้งของตึกไทเป 101 ที่มีชื่อเสียงและห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และบาร์หลายแห่งในบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความบันเทิง ย่าน ซินยี่ เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความทันสมัยของไทเปในขณะที่ได้เพลิดเพลินกับความสะดวกสบายของที่พักหรูหราและร้านอาหาร ย่าน ซินยี่ มีโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวให้เลือกมากมาย รวมถึงตัวเลือกที่พักระดับกลางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ย่าน ซินยี่จึงเป็นอีกย่านที่ดีที่สุดสำหรับที่พัก ที่จะทำให้คุณได้เห็นวิวตึก 101 แบบสวยงาม วิวสวย ไร้สิ่งบดบัง 📌 แนะนำที่พักที่ดีที่สุดใน ย่านซินยี่ (Xinyi) Humble House Taipei >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Humble House Taipei ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.9) ราคาห้องพัก: 3,800 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Humble House Taipei Taipei 101 Sparkle Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Taipei 101 Sparkle Hotel   ระดับดาว: ⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.4) ราคาห้องพัก: 2,800 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) > > คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Taipei 101 Sparkle Hotel Grand Hyatt Taipei >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Grand Hyatt Taipei ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.9) ราคาห้องพัก: 5,500 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Grand Hyatt Taipei Pacific Business Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pacific Business Hotel ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.4) ราคาห้องพัก: 2,400 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pacific Business Hotel 4.) ย่านจงซาน (Zhongshan) จงซานเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของไทเปที่เป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมไต้หวันในระหว่างการเข้าพัก พื้นที่จงซานมีวัดและพิพิธภัณฑ์หลายแห่งให้เยี่ยมชม เช่นเดียวกับร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ในท้องถิ่น ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักชิม ย่านจงซานได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่เปิดใหม่มากมาย จงซานเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและความทันสมัยของไทเป จงซานเต็มไปด้วยตัวเลือกที่พักราคาย่อมเยามากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือก 📌 แนะนำที่พักที่ดีที่สุดในย่านจงซาน (Zhongshan) Journey Town Inn >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Journey Town Inn   ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Exceptional (9.6) ราคาห้องพัก: 3,000 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Journey Town Inn Cityinn Hotel Plus Fuxing >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Cityinn Hotel Plus Fuxing   ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Exceptional (9.1) ราคาห้องพัก: 3,100 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Cityinn Hotel Plus Fuxing Royal Inn Taipei Nanxi >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Royal Inn Taipei Nanxi   ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.6) ราคาห้องพัก: 3,000 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Royal Inn Taipei Nanxi Humble Boutique Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Humble Boutique Hotel   ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Exceptional (9.1) ราคาห้องพัก: 4,800 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Humble Boutique Hotel 5.) ย่านต้าอัน (Da'an) ต้าอัน เป็นพื้นที่ที่เงียบสงบกว่าของไทเปซึ่งยังคงตั้งอยู่ใกล้กับใจกลางเมือง ย่าน ต้าอัน ยังเป็นที่ตั้งของ Da'an Park ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่มักเรียกกันว่าปอดของไทเปเนื่องจากมีอากาศบริสุทธิ์ ต้าอันเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ร้านอาหารและคาเฟ่ใหม่ๆ ที่ทันสมัย ​​ซึ่งให้บรรยากาศที่ดี ย่าน ต้าอัน ยังมีตลาดและร้านค้ามากมายให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจ ต้าอันเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการเข้าพัก หากคุณต้องการพักผ่อนอย่างเงียบสงบในไทเปและเพลิดเพลินไปกับการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ในขณะที่ยังสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของเมืองได้อย่างสะดวกสบาย 📌 แนะนำที่พักที่ดีที่สุดในย่านต้าอัน (Da'an) Dandy Hotel Daan Branch >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dandy Hotel Daan Branch   ระดับดาว: ⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.9) ราคาห้องพัก: 3,200 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dandy Hotel Daan Branch Daan Wow Happy >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Daan Wow Happy   ระดับดาว: ⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Exceptional (9.0) ราคาห้องพัก: 1,900 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Daan Wow Happy Green World Zhong Xiao >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Green World Zhong Xiao   ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.7) ราคาห้องพัก: 2,800 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Green World Zhong Xiao Sonnien Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sonnien Hotel ระดับดาว: ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.4) ราคาห้องพัก: 3,500 ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sonnien Hotel สรุป5 ย่านที่พักในไทเป 5 พื้นที่ที่เราแนะนำให้ไปพักในไทเปนั้นล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแต่ละพื้นที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินทางท่องเที่ยวในแบบต่างๆในแต่ละย่าน ดังนี้ 📌ซีเหมินติง (Ximending): ย่านแนะนำสำหรับนักเดินทางที่ต้องการพักในย่านทันสมัย เป็นย่านที่จะมีคนมาเที่ยวเยอะและด้วยแหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงยามค่ำคืนชั้นยอด แบบตื่นตาตื่นใจ 📌จงเจิ้ง (Zhongzheng): ย่านแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่ควรพักเมื่อมาเยือนไทเปเป็นครั้งแรก เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายอยู่ใกล้ๆเดินทางง่ายและเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟหลักและสถานีขนส่ง 📌ซินยี่ (Xinyi): พื้นที่แนะนำสำหรับนักเดินทางที่ต้องการที่พักหรูหราพร้อมช้อปปิ้งแบรนด์เนม ร้านอาหารและบาร์ระดับไฮเอนด์ 📌จงซาน (Zhongshan): พื้นที่แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักในย่านดั้งเดิมที่มีร้านอาหาร คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และหอศิลป์ 📌ต้าอัน (Da'an): พื้นที่แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักในพื้นที่เงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ ใกล้ใจกลางเมือง เดินทางไปส่วนอื่น ๆ ของไทเปได้สะดวก >>> คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองโรงแรมในไทเป ไต้หวัน 📌สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในไต้หวัน โปรดอ่านบล็อกโพสต์อื่นๆ ของเรา: 1.)    >> เที่ยวไต้หวันด้วยตัวเอง ใน 7 วัน 2.)   >> ค่าใช้จ่ายทริปไต้หวัน 7 วัน เที่ยวด้วยตัวเอง 3.)    >> แนะนำ 12 โรงแรมในไทเป-คะแนนรีวิวสูง-ตั้งอยู่ในย่านยอดนิยม-ใกล้รถไฟ ช้อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยว   4.)   >> แนะนำโรงแรมในย่านซินยี่ (Xinyi) เมืองไทเปไต้หวัน ใกล้ตึกTaipei 101 - วิวสวย เดินทางง่าย สะดวกสบาย   5.) >> โรงแรมในย่านซีเหมินติง (Ximending)ไทเป - สะอาด สะดวกสบาย ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานีรถไฟ

  • แนะนำโรงแรมที่พัก 5 ย่านยอดนิยมในสิงคโปร์ - ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ใกล้แหล่งร้านอาหาร ใกล้สถานีรถไฟ - อัปเดต ปี 2024

    แม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมมาเลย์ จีน อินเดีย และตะวันตก ความหลากหลายนี้สะท้อนให้เห็นในสถาปัตยกรรม อาหาร งานเทศกาล และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ครบในทุกแบบและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบล็อกโพสต์นี้ เราจะมาแนะนำ 5 ย่านที่ดีที่สุดสำหรับที่พักในสิงคโปร์ ได้แก่ ไชน่าทาวน์ (Chinatown) มาริน่าเบย์ (Marina Bay) ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) ลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) และเกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa Island) รวมถึงโรงแรมที่พักในแต่ละย่านเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกพักย่านไหนที่จะดีที่สุดสำหรับทริปท่องที่ยวในสิงคโปร์ 1.) ย่านไชน่าทาวน์ (Chinatown) ย่านไชน่าทาวน์:  จะได้สัมผัสบรรยากาศกับมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของชุมชนชาวจีนในสิงคโปร์พร้อมสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัดวาอาราม อาหารท้องถิ่น: ลองลิ้มชิมรสชาติอาหารจีนและอาหารสิงคโปร์ต้นตำรับที่ร้านอาหารต่างๆมากมาย ร้านค้า: มีตลาดแบบดั้งเดิมและร้านบูติกที่จำหน่ายของที่ระลึก ของเก่า และสินค้าจีนแบบดั้งเดิมที่หลากหลาย สถานที่ท่องเที่ยว:  ย่านไชน่าทาวน์ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้ง่ายต่อการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอื่น ๆ เช่น คลาร์กคีย์ และแม่น้ำสิงคโปร์ โรงแรมที่พักแนะนำในย่านไชน่าทาวน์ (Chinatown) KēSa House by The Unlimited Collection >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ KēSa House by The Unlimited Collection   ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Exceptional (9.0) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Outram Park MRT Station 240m, Chinatown MRT Station 520m ประเภทห้องพัก:   Standard Room, Superior Room, Deluxe Room, Premier Room, Studio Premier Room ราคาห้องพัก: 4,200 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ KēSa House by The Unlimited Collection   Furama City Centre Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Furama City Centre Hotel ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Very Good (7.8) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Chinatown MRT Station 200m, Clarke Quay MRT Station 330m ประเภทห้องพัก:   Superior Room, Deluxe Room, Executive Club Room, Executive Suite, Family Room, Family Suite, Connecting Rooms ราคาห้องพัก: 4,100 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Furama City Centre Hotel Hotel Mono >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel Mono ระดับดาว:   ⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.3) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Chinatown MRT Station 110m, Telok Ayer MRT Station 480m ประเภทห้องพัก:   Single Room, Twin Room, Small Double Room, Standard Double Room, Deluxe Double Room, Studio King Room, Family Room, Loft Room ราคาห้องพัก: 3,500 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel Mono 2.) ย่านมารีน่าเบย์ (Marina Bay) ย่านมารีน่าเบย์: เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันสวยงามทั้งตอนกลางวันและช่วงเวลากลางคืนของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ เช่น มารีน่า เบย์ แซนด์ สิงคโปร์ฟลายเออร์ และการ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ ที่พักอันหรูหรา: สำหรับย่านมารีน่าเบย์เป็นที่ตั้งของโรงแรมที่หรูหราที่สุดของเมือง ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการระดับโลก แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหาร: พบกับประสบการณ์การช้อปปิ้งสุดหรูที่ The Shoppes ที่ Marina Bay Sands และลิ้มลองอาหารรสเลิศที่ร้านอาหารชื่อดัง สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม: สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ Art Science และ Esplanade - Theatres on the Bay โรงแรมที่พักแนะนำในย่านมารีน่าเบย์ (Marina Bay) Marina Bay Sands >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Marina Bay Sands ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.9) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Bayfront MRT Station 320m, Downtown MRT Station 980m ประเภทห้องพัก:   Deluxe Twin Room, Deluxe King Room, Sands Premier Double Queen Room, Sands Premier King Room ราคาห้องพัก: 15,000 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Marina Bay Sands Parkroyal Collection Marina Bay, Singapore >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Parkroyal Collection Marina Bay, Singapore ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.6) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Esplanade MRT Station 370m, Promenade MRT Station 440m ประเภทห้องพัก:   Urban Deluxe Room, Lifestyle Premier Room, Collection Club Room, Marina Bay Signature Room, Urban Suite Room ราคาห้องพัก: 9,700 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Parkroyal Collection Marina Bay, Singapore Pan Pacific Singapore >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pan Pacific Singapore ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.8) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Promenade MRT Station 290m, Esplanade MRT Station 380 ประเภทห้องพัก:   Deluxe King Room, Deluxe Panoramic View Room, Premier Marina Bay Room, Executive Marina Bay Room, Pacific Club Room, Pacific Club Studio Room, Premier Suite Room, Skyline Suite Room  ราคาห้องพัก: 8,000 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pan Pacific Singapore 3.) ย่านถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) สวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง: ถนนออร์ชาร์ดเป็นถนนช้อปปิ้งชั้นนำของสิงคโปร์ที่มีห้างสรรพสินค้า ร้านบูติก และร้านค้าระดับไฮเอนด์มากมาย อาหารที่หลากหลาย: มีร้านอาหารที่หลากหลายให้เลือกชิมอย่างมากมาย ตั้งแต่อาหารริมถนนไปจนถึงร้านอาหารหรูที่เป็นอาหารแบบนานาชาติอันหลากหลาย สถานบันเทิง: สัมผัสประสบการณ์ชีวิตยามค่ำคืนกับบาร์ คลับ และความบันเทิงมากมายในย่านนี้ การเดินทาง: ถนนออร์ชาร์ดตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้เดินทางได้ง่ายและสะดวกกับระบบการขนส่งสาธารณะ จึงทำให้เดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆได้ง่ายขึ้น โรงแรมที่พักแนะนำในย่านถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) YOTEL Singapore Orchard Road >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ YOTEL Singapore Orchard Road ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.8) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Orchard MRT Station190m, Somerset MRT Station 990m ประเภทห้องพัก:   Premium Queen Room, Premium King Room, Premium Triple Room ราคาห้องพัก: 5,900 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ YOTEL Singapore Orchard Road Citadines Connect City Centre Singapore >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Citadines Connect City Centre Singapore ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.8) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Dhoby Gauht MRT Station 240m, Somerset MRT Station 800m ประเภทห้องพัก:   Superior Twin Room, Superior Double Room, Deluxe Twin Room, Deluxe Double Room, Loft Room, Loft Double Room, Loft Family Room ราคาห้องพัก: 4,900 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Citadines Connect City Centre Singapore Hilton Singapore Orchard >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel Singapore Orchard ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Exceptional (9.0) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Somerset MRT Station 320m, Orchard MRT Station 520m ประเภทห้องพัก: Deluxe Room, Premium Room, Executive Room, Panoramic Room, King Corner Suite, One Bedroom Suite, Two Bedroom Suite, Presidential Suite ราคาห้องพัก: 8,700 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hotel Singapore Orchard 4.) ย่านลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) ย่านลิตเติ้ลอินเดีย: สัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมีสีสันของลิตเติ้ลอินเดียด้วยถนนที่ประดับตกแต่งที่สวยงาม และตลาดในแบบอินเดีย แหล่งรวมสุดยอดอาหาร: จะได้ลิ้มรสชาติอาหารอินเดียที่หลากหลาย ตั้งแต่แผงขายอาหารริมถนนไปจนถึงร้านอาหารแบบต้นตำรับ สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม: เยี่ยมชมวัด มัสยิด และสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความหลากหลายของชุมชนชาวอินเดียในสิงคโปร์ ช้อปปิ้ง: รวมแหล่งช้อปปิ้งและร้านค้าที่จำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องเทศแบบอินเดียดั้งเดิม โรงแรมที่พักแนะนำในย่านลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) One Farrer Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ One Farrer Hotel ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (9.0) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Farrer Part MRT Station 70m, Jalan Besar MRT Station 820m ประเภทห้องพัก:  Mint Room, Mint Den Room, Mint Premier Room, Loft Apartment Room, Skyline Studio Room, Mint Suite Room, Mint Premier Suite Room ราคาห้องพัก: 5,300 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ One Farrer Hotel Wanderlust by The Unlimited Collection >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wanderlust by The Unlimited Collection ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (9.0) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Jalan Besar MRT Station 110m, Rochor MRT Station 280m ประเภทห้องพัก:  Deluxe Room, Studio Deluxe Room, Loft Room, Junior Studio Loft Room, Studio Premier Room, Studio Loft Room ราคาห้องพัก: 4,100 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wanderlust by The Unlimited Collection Citadines Rochor Singapore >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Citadines Rochor Singapore ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.7) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Little India MRT Station 210m, Rochor MRT Station 280m ประเภทห้องพัก:   S tudio Room, Studio Twin Room, Studio Executive Room, Studio Premier Room, One Bedroom Premier Room, One Bedroom Deluxe Loft Room ราคาห้องพัก: 5,200 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Citadines Rochor Singapore 5.) ย่านเกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa Island) บีชรีสอร์ท: ที่พักแบบหรูหรา ทั้งรีสอร์ทและโรงแรมริมชายหาดพร้อมทิวทัศน์ทะเลอันสวยงามในแบบของสิงคโปร์ สถานที่ท่องเที่ยว: เกาะเซ็นโตซ่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน เช่น ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์, S.E.A. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และ สวนน้ำแอดเวนเจอร์ โคฟ กิจกรรมกลางแจ้ง: เข้าร่วมกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ เช่น ซิปไลน์ กีฬาชายหาด และเดินชมธรรมชาติ ความบันเทิงอื่นๆ: ชมการแสดงสด และกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มสีสันให้กับความบันเทิงอันมีชีวิตชีวาบนเกาะ โรงแรมที่พักแนะนำในย่านเกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa Island) Village Hotel Sentosa by Far East Hospitality >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Village Hotel Sentosa by Far East Hospitality ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.8) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Imbiah MRT Station 110m, Waterfront MRT Station 220m ประเภทห้องพัก:   Deluxe Twin Room, Deluxe Double Room, Family Room, Deluxe Family Room ราคาห้องพัก: 5,400 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Village Hotel Sentosa by Far East Hospitality Resorts World Sentosa - Hard Rock Hotel >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Resorts World Sentosa - Hard Rock Hotel ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.0) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Waterfront MRT Station 150m, Imbiah MRT Station 330m ประเภทห้องพัก:   Deluxe Twin Room, Deluxe King Room, Deluxe Suite Room ราคาห้องพัก: 7,200 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Resorts World Sentosa - Hard Rock Hotel The Outpost Hotel Sentosa by Far East Hospitality (Adult Only) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Outpost Hotel Sentosa by Far East Hospitality (Adult Only) ระดับดาว:   ⭐⭐⭐⭐⭐ คะแนนรีวิว: Excellent (8.9) สถานีรถไฟใกล้เคียง: Imbiah MRT Station 230m, Beach MRT Station 240m ประเภทห้องพัก: Deluxe Twin Room, Deluxe King Room, Deluxe Pool View Twin Room, Deluxe Pool View King Room, Deluxe Sea View Twin Room, Deluxe Sea View King Room ราคาห้องพัก: 5,900 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Outpost Hotel Sentosa by Far East Hospitality (Adult Only) จองที่พักในย่านไหนดี? 📍 ไชน่าทาวน์ (Chinatown): เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจทางด้านวัฒนธรรมที่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง เราขอแนะนำโรงแรมเหล่านี้ >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรงแรมอื่นๆ ในย่านไชน่าทาวน์ (Chinatown) 📍 มาริน่าเบย์ (Marina Bay): เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ความหรูหราใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของสิงคโปร์หลายแห่ง >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  โรงแรมอื่นๆ ในย่านมาริน่าเบย์ (Marina Bay) 📍 ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road): เหมาะสำหรับนักช้อปและผู้ที่ต้องการอยู่ใจกลางแหล่งช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารมากมาย >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  โรงแรมอื่นๆ ในย่านถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) 📍 ลิตเติ้ลอินเดีย (Little India): เป็นพื้นที่สำหรับผู้ชื่นชอบอาหาร กับย่านที่มีตัวเลือกที่พักที่คุ้มค่าคุ้มราคาได้ที่นี่ >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  โรงแรมอื่นๆ ในย่านลิตเติลอินเดีย (Little India) 📍 เกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa Island): เป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณกำลังมองหาประสบการณ์สไตล์รีสอร์ทที่มีชายหาด พร้อมกับสถานที่ท่องเที่ยว และความบันเทิงในบริเวณใกล้เคียง >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  โรงแรมอื่นๆ ในย่านเกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa Island) #aworldexplored #singapore #singaporetravel #singaporehotels #marinabay #marinabaysingapore #chinatownsingapore #orchardroad #orchardroadsingapore #littleindiasingapore #sentosaisland #sentosa #sentosaislandsingapore #สิงคโปร์ที่พัก #ท่องเที่ยวสิงคโปร์ #ที่พักสิงคโปร์ #โรงแรมในสิงคโปร์ #อ่าวมารีน่า #มารีน่าเบย์สิงคโปร์ #ไชน่าทาวน์สิงคโปร์ #ลิตเติ้ลอินเดียสิงคโปร์ #ถนนออร์ชาร์ด #ถนนออร์ชาร์ดสิงคโปร์ #เกาะเซ็นโตซ่า #เกาะเซ็นโตซ่าสิงคโปร์

  • การเดินทางท่องเที่ยวเกาะปันหยี จังหวัดพังงา เดินทางง่าย เดินทางด้วยตัวเอง แนะนำที่กิน ที่พัก เมื่อมาเที่ยวเกาะปันหยี(Panyi Island) เที่ยวเขาม้าจู เขาเขียน เขาพิงกัน เกาะเจมส์บอน

    การเดินทางท่องเที่ยวใน 1 สัปดาห์ของเรารอบๆ จังหวัดพังงา เราอยากจะได้ประสบการณ์ในการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นของคนบนเกาะ ในขณะที่พักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ หลังจากทำการค้นข้อมูลการท่องเที่ยว เราตัดสินใจว่าชุมชนเกาะเล็กๆ ของเกาะปันหยีน่าจะเหมาะที่จะไปท่องเที่ยวในแบบวิถีชีวิตท้องถิ่นบนเกาะ เกาะปันหยี เกาะปันหยีเป็นเกาะเล็ก ๆ และหมู่บ้านชาวประมงในจังหวัดพังงาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือทั้งหมู่บ้าน (ยกเว้น มัสยิดท้องถิ่นนั้นจะสร้างบนพื้นดิน) สร้างบนไม้ค้ำถมเหนือน้ำของอ่าวพังงา เกาะปันหยีเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีผู้อาศัยอยู่ ประมาณ 360 ครอบครัว ซึ่งมีประชากรทั้งหมด ประมาณ 1,700 คน คนในท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บนเกาะปันหยีเป็นลูกหลานของครอบครัวชาวมุสลิมซึ่งเดินทางมาจากเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปลายศตวรรษที่ 18 เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้อพยพจึงไม่สามารถถือครองที่ดินในประเทศไทยได้จึงสร้างบ้านบนไม้ค้ำถมเหนือน้ำ เมื่อเวลาผ่านไป กฎหมายไทยเปลี่ยนไปและชาวบ้านก็สามารถซื้อที่ดินผืนเล็กได้ และที่นี่เป็นที่ที่ชาวบ้านสร้างบ่อน้ำจืดและมัสยิด ตอนนี้เกาะปันหยีได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวในภาคใต้ของประเทศไทย ที่ตั้ง เกาะปันหยี ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ภาคใต้ของประเทศไทย เกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ที่ปากคลองปันหยีซึ่งไหลเข้าสู่อ่าวพังงา เกาะปันหยีตั้งอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่สองสามแห่งใน ภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ พังงา (10 กม.) ภูเก็ต (90 กม.) กระบี่ (85 กม.) และเขาหลัก (75 กม.) วิธีการเดินทาง เกาะปันหยี ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงาซึ่งไม่มีสนามบิน ดังนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดคือบินมาลงที่สนามบินภูเก็ต (จากสนามบินภูเก็ตถึงตัวเมืองพังงา ระยะทาง64 กม.) หรือสนามบินกระบี่ (จากสนามบินกระบี่ถึงตัวเมืองพังงาระยะทาง 87 กม.) แต่ในครั้งนี้เราเดินทางมายีงสนามบินภูเก็ต เนื่องจากเกาะปันหยีเป็นเกาะ จึงสามารถเดินทางได้โดยเรือเท่านั้น วิธีที่เร็วที่สุดที่จะไปเกาะปันหยีคือจากท่าเรือท่าด่าน (จะมีท่าเรือ 2 ที่ ให้ขึ้นเรือที่ท่าเรือแรก) ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพังงาเพียง 8 กม. ใช้เวลาระหว่าง 15-30 นาทีขึ้นอยู่กับกระแสน้ำและ สภาพอากาศ ถ้านั่งเรือหางยาวสาธารณะในท้องถิ่นจะมีค่าใช้จ่าย 100 บาทต่อคนสำหรับการเดินทางเที่ยวเดียว ค่าใช้จ่ายของเรือส่วนตัวจะแตกต่างกันไป แต่การเดินทางไปกลับจากท่าเรือท่าด่านไปเกาะปันหยีสามารถรวมทัวร์รอบอ่าวพังงาและ ค่าสถานที่ท่องเที่ยวเราจ่ายไป 2,000 บาท สำหรับสองคน และยังสามารถเดินทางมาที่เกาะปันหยีได้ โดยเรือจากท่าเรือในพื้นที่ใกล้เคียงของภูเก็ต กระบี่ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ บริษัททัวร์ส่วนใหญ่ที่ให้บริการทัวร์เที่ยวรอบอ่าวพังงา จะหยุดเที่ยวที่เกาะปันหยีด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของท้องถิ่นของที่นี่ อีกทั้งเกาะปันหยีจะมีร้านอาหารสำหรับกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจทัวร์ ที่พัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเกาะปันหยี จะมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากสถานที่ใกล้เคียง เช่น ภูเก็ต กระบี่ เกาะยาวใหญ่ หรือเกาะยาวน้อย ซึ่งหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องหาที่พักบนเกาะ อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ชีวิตบน เราขอแนะนำอย่างยิ่งให้คุณพักค้างคืนบนเกาะที่มีเสน่ห์แห่งนี้เหมือนที่เราทำ เนื่องจากเกาะปันหยีเป็นเกาะท้องถิ่นที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมงและครอบครัวจึงไม่มีทางเลือกที่พักมากมาย อันที่จริง เกาะปันหยีมีที่เดียวเท่านั้น และนี่คือ James Bond Bungalow เจมส์ บอนด์ บังกาโล เป็นโฮมสเตย์ขนาดเล็ก ห้องพักธรรมดาแต่สะดวกสบายและเจ้าของเป็นกันเองและช่วยเหลือดีมากเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักค้างคืนบนเกาะเพื่อสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของเกาะปันหยี James Bond Bungalow บนเ กาะปันหยี จองห้องพักได้ที่ Agoda ( James Bond Bungalow ) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ James Bond Bungalow สถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากเกาะปันหยีเป็นเกาะชาวประมงในท้องถิ่น จะได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่ ความเรียบง่ายของการใช้ชีวิต การได้มาทานอาหารซีฟู้ดแบบจัดเต็ม สถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ของชาวเกาะและวิถีชีวิตบน เกาะปันหยี การได้ลองประสบการณ์ใหม่ๆในการเดินบนซอยเล็กๆที่ทำจากไม้ ซึ่งระหว่างทางเดินก็จะมี ร้านค้าเล็ก ๆ ที่ขาย อาหารต่างๆมากมาย ให้เราได้ลองชิมกัน และสถานที่บางแห่งที่คุณต้องไปเมื่ออยู่บนเกาะ ได้แก่ สนามฟุตบอลลอยน้ำและมัสยิดปันหยีที่มีโดมสีทอง เกาะปันหยีเป็นสถานที่สวยงาม ได้เห็นวิวทิวทัศน์แบบรอบด้านของอ่างพังงา รวมไปถึงความสวยงามของช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและลงก็งดงามเช่นเดียวกัน แม้ว่าเกาะปันหยีเองจะไม่ได้เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว แต่เกาะนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการล่องเรือรอบอ่าวพังนาเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น เขาม้าจู เขาเขียน (ภาพวาดถ้ำ) เขาพิงกัน เกาะไม้ไผ่ เกาะเจมส์บอนด์ เกาะห้อง และอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา สามารถจองทัวร์ได้โดยตรงผ่าน James Bond Bungalow หากคุณต้องการสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น สำหรับช่วงเวลาที่มาเที่ยวภาคใต้ของประเทศไทยเราขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้มาเที่ยวที่เกาะปันหยี ผู้คนบนเกาะปันหยียินดีต้อนรับและเป็นมิตรอย่างยิ่งและเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน กับประสบการณ์ใหม่ๆในการท่องเที่ยววิถีชีวิตท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เกาะปันหยีสามารถเยี่ยมชมได้ง่าย ๆ ไม่กี่ชั่วโมงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางรอบอ่าวพังงาแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่ถ้าคุณอยากสัมผัสกับวัฒนธรรมและบรรยากาศของเกาะจริง ๆ เราขอแนะนำให้คุณพักค้างคืนที่ James Bond Bungalow จองทริปตอนนี้เพื่อไปยังหมู่บ้านบนเกาะที่ไม่เหมือนใครซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ #เที่ยวพังงา #เที่ยวเมืองไทย #เที่ยวภาคใต้ #พังงา #เที่ยวทั่วไทย #เกาะปันหยี #Pangngathailand #phangnga #aworldexplored #kohpanyi #Thailand

  • DIY - ท่องเที่ยวเส้นทาง Norway in a Nutshell

    นั่งรถไฟชมวิวภูเขาที่สวยงามดั่งภาพวาดและฟยอร์ดที่ Norway in a Nutshell เป็นวิธีการเดินทางท่องเที่ยวที่ดีเยี่ยมเป็นอย่างมาก ได้เห็นความสวยงามธรรมชาติของนอร์เวย์ เส้นทางการเดินทางเที่ยวนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะผู้ที่มีเวลาจำกัด อย่างไรก็ตามเนื่องจากความนิยมและรูปแบบการเดินทางที่ใช้กันมากจึงอาจทำให้มีราคาที่แพงมาก ดังนั้นเราจึงได้ค้นหารายละเอียดวิธีการเดินทางในแบบของเราที่สามารถสร้างเส้นทางแบบ DIY ได้ในราคาที่ถูกลงมากและเราพร้อมที่จะแบ่งปันกับคุณ! ทำไมเราถึงเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยว Norway in a Nutshell Norway in a Nutshell เป็นทริปหนึ่งวันที่จะทำให้คุณได้เห็นความงามของธรรรมชาติของนอร์เวย์ ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวแบบนี้สามารถดำเนินการได้หลายเส้นทางเริ่มต้นอาจจะเดินทางจาก เส้นทางจาก เมือง Bergen มา Oslo ก็ได้ หรืออาจจะเดินทางจากเมือง Oslo ไปยังเมือง Bergen ก็ได้เหมือนกับเราเดินทางในครั้งนี้เราเลือกเดินทางจาก Oslo ไปยังเมือง Bergen ซึ่งแผนการท่องเที่ยวของเราที่ต้องการจะเที่ยวที่เมือง Bergen ต่อ ดังนั้นจึงทำให้เราเลือกเส้นทางนี้ และการเดินทางส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบเหมือนกัน คือ นั่งรถไฟ แล้วก็ไปต่อเรือและรถบัส จะขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือกซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 9-13 ชั่วโมง เวลาอาจจะดูนานมากหลายชั่วโมง แต่ถ้าคุณได้ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์แล้วคุณจะหายเหนื่อยเลยทันที ราคาเท่าไหร่? การเดินทางในนอร์เวย์แบบสั้น ๆ เช่นเดียวกับสิ่งต่างๆส่วนใหญ่ในนอร์เวย์นั้นไม่ถูก เส้นทางที่แตกต่างกันในราคาขึ้นอยู่กับสถานที่เริ่มต้นสถานที่สิ้นสุดและช่วงเวลาของปีที่คุณต้องการเดินทาง เราต้องการเดินทางในเดือนตุลาคมโดยเริ่มจาก Oslo และเดินทางไป Bergen โดยแวะพักสั้น ๆ ใน Myrdal, Flam, Gudvagen และ Voss สำหรับเส้นทางนี้ถ้าเราจองผ่านทัวร์แล้วราคาอยู่ที่ 2,200 NOK (8,300บาท) ต่อคน อย่างไรก็ตามเราได้หาข้อมูลต่างๆเปรียบเทียบและช่องทางในการจองตั๋วรถไฟ ตั๋วเรือ และรถบัส เราก็สามารถจองการเดินทางในแบบเดียวกันได้ในราคา 1,500 NOK(5,600 บาท) ต่อคน ซึ่งประหยัดได้มากถึง 700NOK ( 2,700 บาท) ต่อคน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับราคานี้ จะจองได้อย่างไร? เราต้องใช้เวลาและค้นคว้าเพื่อค้นหาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อจองตั๋วสำหรับแต่ละส่วนของการเดินทางและเราต้องคำนวณเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำได้ และช่วยประหยัดได้เพิ่มอย่างมาก มันคุ้มค่าอย่างยิ่ง การเดินทางของ Norway in Nutshell จาก Oslo ไปยัง Bergen ประกอบด้วยขาไปสี่ขาซึ่งสามารถจองได้ทางออนไลน์ตามที่ระบุไว้ด้านดังนี้ 1. ) Oslo ไปยัง Flam (ผ่าน Myrdal) การเดินทางครั้งนี้เราเริ่มเดินทางโดยรถไฟสองเที่ยวแยกกันครั้งแรกคือจากสถานี Oslo Central ไปยัง Myrdal และครั้งที่สองคือจาก Myrdal ไปยัง Flam การเดินทาง: รถไฟ ระยะเวลาเดินทาง: 6 ชม. เวลาออกเดินทาง: 08:25 น เวลาถึง: 14:25 น ราคาตั๋ว: 679 NOK( 2,550 บาท) ต่อคน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับวันและเวลา) การจอง: ออนไลน์ที่เว็บไซต์ VY 2. ) เดินทางจาก Flam ไปยัง Gudvangen นี่อาจเป็นส่วนที่สวยงามที่สุดของการเดินทางทั้งหมดในช่วงเวลานั้นคุณจะนั่งเรือข้ามฟากจาก Flam ไปยัง Gudvangen ผ่านฟยอร์ดที่สวยงามสองแห่งคือ Aurlandsfjord และ Nærøyfjord การเดินทาง: เรือเฟอร์รี่ ระยะเวลาเดินทาง: 2 ชม เวลาออกเดินทาง: 15:00น เวลาถึง: 17:00 น ราคาตั๋ว: 465 NOK( 1,750 บาท ) ต่อคน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับวันและเวลา) การจอง: ออนไลน์ที่เว็บไซต์ Visit Flam 3. ) จากนั้นเดินทาง Gudvangen ถึง Voss สำหรับการจองตั๋วขึ้นรถบัสจะไม่สามารถจองล่วงหน้าทางออนไลน์ได้ แต่เมือเราลงจากเรือแล้วก็จะมีรถบัสจอดรออยู่แล้ว เราสามารถที่จะซื้อตั๋วบนรถได้เลย รถบัสจะจอดที่ท่าเรือใน Gudvangen เพื่อรอรับผู้เดินทางไปยัง Voss การเดินทาง : รถโดยสารประจำทาง ระยะเวลาเดินทาง: 1ชม. เวลาออกเดินทาง: 17:30 น. เวลามาถึง: 18:30 น. ราคาบัตร: 100NOK ( 380 บาท ) ต่อคน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับวันและเวลา) การจอง: ไม่สามารถจองตั๋วออนไลน์ได้ แต่สามารถดูตารางรถบัสได้ที่เว็บไซต์ Skyss 3. ) เดินทางจาก Voss ถึง Bergen นี่คือรอบสุดท้ายของการเดินทางของเราจะเดินทางจาก Voss ไป Bergen โดยรถไฟรถไฟสะดวกสบายและรวดเร็วช่วยให้คุณมีเวลาพักผ่อนหลังจากท่องเที่ยวมาทั้งวัน การเดินทาง: รถไฟ ระยะเวลาเดินทาง: 1 ชม. 22 นาที เวลาออกเดินทาง: 19:37น. เวลาถึง: 20:59 น. ราคาตั๋ว: 216NOK ( 810 บาท ) ต่อคน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับวันและเวลา) การจอง: ออนไลน์ที่เว็บไซต์ VY Norway in a Nutshell เป็นประเทศที่น่าสนใจหรือไม่? ในการเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทาง Norway in a Nutsell ในเวลาสั้น ๆ เพียง 1 วันนั้น เราไม่แน่ใจว่าราคานั้นสูงคุ้มค่าหรือไม่ แต่เมื่อมาพิจารณาดูแล้วว่าเราสามารถเดินทางโดยสารรถไฟสายตรงระหว่างออสโลและเบอร์เกนได้ในราคาที่ถูกกว่ามาก ถึงแม้จะประหยัดได้จากการจองทริปด้วยตัวเอง แต่จ่ายคนละ 1500NOK ก็ยังแพงอยู่ อย่างไรก็ตามเรารู้สึกว่าการเดินทางในครั้งนี้คุ้มค่ากับที่เราจ่ายไป เป็นวิธีที่ดีในการเดินทางข้ามนอร์เวย์และรูปแบบการขนส่งสาธารณะที่ใช้นั้นสะอาด สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมาก อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดคือทิวทัศน์อันน่าทึ่งที่เราเห็นระหว่างทาง ภูมิประเทศที่เราเดินทางไปมีความหลากหลายมากทั้งทุ่งนา ภูเขา เมือง ทะเลสาบ แม่น้ำและฟยอร์ดทั้งหมดนี้มองเห็นได้จากที่นั่งที่สะดวกสบาย หากคุณมีเวลาและงบประมาณในการทำนอร์เวย์โดยสรุปเราขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง คุณสามารถจองการเดินทางได้ตามที่เราได้ระบุไว้ข้างต้นหรือหากคุณยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อความสะดวกคุณสามารถจองการเดินทางทั้งหมดทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ Fjord Tours สำหรับเคล็ดลับในการเตรียมตัวสำหรับนอร์เวย์ในการเดินทางสั้น ๆ และสิ่งที่คุณควรรู้เพื่อให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายและสนุกสนานยิ่งขึ้นโปรดดู เคล็ดลับสำหรับการเดินทาง ทริป Norway In a Nutshell บล็อกโพสต์สั้น ๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสแกนดิเนเวีย โปรดดูที่โพสต์บล็อกอื่นๆ ของเรา: การเดินทาง สแกนดิเนเวีย 9 วัน ด้วยตัวเอง ราคารวมทริปสแกนดิเนเวีย 9 วัน เคล็ดลับสำหรับการเดินทาง ทริป Norway In a Nutshell 8 ที่ท่องเที่ยวเมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก สำรวจเมืองเก่าของสตอกโฮล์ม - Gamla Stan วิธีท่องเที่ยวสแกนดิเนเวีย ด้วยตัวเองแบบถูกๆ ทริปวันเดียวจากโคเปนเฮเกน - เฮลซิงเกอร์ & ฮิลเลอรอด #norwayinanutshell #norway #oslo #bergen #flam #myrdal #gudvangen #voss #scandinavia #aworldexplored #travel #เที่ยวนอร์เวย์ #นอร์เวย์ #สแกนดิเนเวีย

  • การเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ทริปสแกนดิเนเวีย 9 วัน 7 คืน (เดนมาร์ก - นอร์เวย์ - สวีเดน)

    เราค้นหาตั๋วเที่ยวบินและได้ราคาสุดคุ้มกับ Skyscanner เป็นราคาที่คุ้มค่ากับการเดินทางในครั้งนี้ เพราะราคาถูกจริงๆ ไม่อาจจะเชื่อได้ว่าราคานี้สามารถเดินทางไปสแกนดิเนเวียได้ เราจึงตัดสินใจจองเที่ยวบินไป-กลับจากประเทศไทยไปสแกนดิเนเวียโดยทันที โดยไม่รู้ว่าที่นั่นจะเป็นยังไง และเป็นครั้งแรกของการเดินทางไปอีกทวีปหนึ่งของโลกเลยที่เดียว เราบินกับสายการบิน Norwegian Airlines จากกรุงเทพไปยังเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และขากลับเดินทางจากเมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน กลับมายังประเทศไทย ตื่นเต้นที่สุดกับการจองเที่ยวบินในครั้ง ซึ่งเราต้องวางแผนในการเดินทางทั้งหมด 9 วันในสแกนดิเนเวีย ซึ่งจะมีเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์เต็มในเที่ยวชมในแถบสแกนดิเนเวีย แต่เราตั้งใจว่าถึงแม้ทริปนี้จะเป็นการเดินทางระยะสั้นๆ ก็จะพยายามใช้ให้คุ้มที่สุด หลังจากที่เราได้ค้นหาข้อมูล เราตัดสินใจว่าระหว่างการเดินทาง เราต้องการอยู่ใน 4 เมืองหลักในภูมิภาค ได้แก่ โคเปนเฮเกน(เดนมาร์ก) ออสโล(นอร์เวย์) เบอร์เกน(นอร์เวย์) และสตอกโฮล์ม(สวีเดน) เมืองเหล่านี้จะเป็นเมืองหลักในการเดินทางของเรา และเราใช้เวลาเดินทางระหว่างเมืองเหล่านี้และเลือกทริปท่องเที่ยวใกล้ๆเมืองหลักที่เราเลือกที่พัก แม้ว่าเวลาของเราในสแกนดิเนเวียจะไม่นาน แต่เราสนุกกับการเดินทางของเราและการได้สัมผัสวิธีการเดินทางท่องเที่ยวในแถบสแกนดิเนเวียนี้ กำหนดการเดินทางของเราสำหรับทริปหนึ่งสัปดาห์สู่ เดนมาร์ก นอร์เวย์ และสวีเดน มีดังนี้ วันที่ 1: Bangkok - Copenhagen เราออกจากกรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ - BKK) เวลา 09:10 น. และถึงเมืองโคเปนเฮเกน เวลา 15.30 น.(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง) หลังจากเมื่อเรามาถึงโคเปนเฮเกนแล้ว เราก็ไปรับบัตรโคเปนเฮเกน (บัตรเดินทางท่องเที่ยวในโคเปนเฮเกน) ที่จองไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะใช้ในการเดินทางไปยังตัวเมืองด้วยรถไฟและการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ฟรี จากนั้นเรานั่งรถไฟจากกสนามบินโคเปนเฮเกนไปยัง Copenhagen Central Station ใช้เวลาเพียง 13 นาทีในระยะทาง 11 กม. เมื่อเรามาถึงสถานี Copenhagen Central Station เราก็เดินไปยังที่พักของเราที่ Danhostel Copenhagen City ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กม. (เดินเพียง 15 นาที) Danhostel Copenhagen City เป็นโฮสเทล/โรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน ให้บริการห้องพักที่สะอาดสะดวกสบายในราคาถูก มีห้องพักหลายประเภททั้งแบบเตียงในหอพักรวมและห้องส่วนตัวที่สามารถพักได้ 2-8 คน เราขอแนะนำ Danhostel Copenhagen City ให้กับทุกคนที่ต้องการที่พักคุณภาพดีในทำเลที่ดีในโคเปนเฮเกนในราคาที่ดี Danhostel Copenhagen City 📍ระดับดาว:  ⭐⭐⭐⭐ 📍คะแนนรีวิว: 8.3 - Excellent 📍ราคาห้องพัก: 900 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Danhostel Copenhagen City << >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Danhostel Copenhagen City << หลังจากเช็คอินห้องพักที่ Danhostel Copenhagen City เราก็ไปเดินเล่นสำรวจเมืองใกล้ๆ โรงแรม หาซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้ออาหารก่อนจะกลับห้องไปกินข้าวเย็นและพักผ่อน วันที่ 2: Copenhagen เราตื่นแต่เช้าและใช้เวลาเต็มวันในการสำรวจเมืองโคเปนเฮเกนและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยส่วนใหญ่เราจะใช้วิธีเดินเที่ยว และโดยสารรถไฟใต้ดิน เราได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายในเมือง Amalienborg Palace, Nyhavn, Tivoli Gardens, National Gallery of Denmark, Church of Our Savior, Rosenborg Castle และ Copenhagen Botanic Gardens. 📍Amalienborg Palace 📍Rosenborg Castle 📍Nyhavn 📍Church of Our Savior 📍Tivoli Gardens สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวโคเปนเฮเกนสามารถดูที่บล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ที่นี่ ⬇️ 📍 >> 8 ที่ท่องเที่ยวเมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก << วันที่ 3: Helsingor & Hillerod เราเดินทางออกไปเที่ยวนอกเมืองโดยรถไฟเดินทางจากโคเปนเฮเกนไปยังเฮลซิงเกอร์และฮิลเลอรอด ซึ่งในเฮลซิงเกอร์ เราได้ไปเยี่ยมชมปราสาทครอนบอร์ก และเดินทางต่อไปยังปราสาทเฟรเดอริกส์บอร์ก ในฮิลเลอรอด 📍Krongborg Castle - Helsingor 📍Frederiksborg Castle - Hillerod สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางจากโคเปนเฮเกนไปเฮลซิงเกอร์ & ฮิลเลอรอด สามารถดูที่บล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ที่นี่ ⬇️ 📍 ทริปวันเดียวจากโคเปนเฮเกน - เฮลซิงเกอร์ & ฮิลเลอรอด หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าสำรวจฮิลเลอรอดและเฮลซิงเกอร์ เราก็กลับมาที่โคเปนเฮเกนในตอนบ่าย เก็บข้าวของและเดินทางไปยังท่าเรือ เพราะในช่วงบ่ายแก่ๆ เราต้องขึ้นเรือเฟอร์รี่ DFDS จากโคเปนเฮเกนไปออสโล ซึ่งออกเวลา 16:20 น. การเดินทางโดยเรือข้ามฟากใช้เวลาทั้งสิ้น 17 ชั่วโมงครึ่ง และเราได้จองห้องพักบนเรือไว้แล้ว อีกทั้งบนเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ร้านอาหาร ร้านค้า และร้านกาแฟ 📍DFDS Ferry Copenhagen - Oslo สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางจากโคเปนเฮเกนไปออสโล สามารถดูที่บล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ที่นี่ ⬇️ 📍 นั่งเรือ DFDS จากโคเปนเฮเกนไปออสโล วันที่ 4 : Oslo เรือข้ามฟาก DFDS ของเรามาถึงออสโลเวลา 09:45 น. จากนั้นเราเดินไปที่สถานีรถไฟกลางออสโล(Oslo Central station) เพื่อฝากกระเป๋าไว้ในล็อคเกอร์ก่อน แล้วใช้เวลาทั้งวันสำรวจเมืองออสโลและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เราได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย รวมทั้ง Akershus Fortress, Vigeland Sculpture Park และ Oslo Opera House 📍Akershus Fortress 📍Vigeland Sculpture Park 📍Oslo Opera House ในตอนเย็นเราเดินกลับไปเอากระเป๋าในล็อกเกอร์และเช็คอินที่พักที่โรงแรม Citybox Oslo หลังจากเช็คอินและเก็บกระเป๋า แล้วนั่งพักสักครู่ก่อนที่เราก็ออกไปทานอาหารเย็น และกลับมาพักผ่อนสำหรับค่ำคืนนี้ Citybox Oslo 📍ระดับดาว:  ⭐⭐⭐ 📍คะแนนรีวิว: 8.7 - Excellent 📍ราคาห้องพัก: 2,300 บาท ++ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Citybox Oslo << >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Citybox Oslo << วันที่ 5 : Norway in a Nutshell วันนี้เราตื่นแต่เช้า เช็คเอาท์ ออกจากโรงแรม(โรงแรมเป็นแบบเช็คอิน-เช็คเอาท์ด้วยตัวเอง) แล้วจากนั้นก็เดินไปที่ Oslo Central Station เพื่อขึ้นรถไฟ รอบรถไฟออกจากออสโลเวลา 8:25 น. เราใช้เวลาทั้งวันสำหรับการท่องเที่ยว DIY Norwegian ใน Nutshell โดยแวะที่ Myrdal,Flam,Gudvangen และ Voss ระหว่างทางเราได้ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามมาก ทั้งภูเขา ทะเลสาบ ฟยอร์ด และน้ำตก ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 13 ชั่วโมง และเราก็เดินทางมาถึงเมืองเบอร์เกนเวลาประมาณ 21:30 น.และเดินทางเข้าที่พักในคืนแรกที่เมืองเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทาง "Norway in a Nutshell" สามารถดูที่บล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ที่นี่ ⬇️ 📍 DIY - ท่องเที่ยวเส้นทาง Norway in a Nutshell 📍 เคล็ดลับสำหรับการเดินทาง ทริป Norway In a Nutshell วันที่ 6 : Bergen เช้าของวันนี้ เราเดินทางไปยังศูนย์ข้อมูลเพื่อซื้อบัตรเบอร์เกน แบบ 24 ชั่วโมง เพื่อใช้ในการเดินทางและเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จากนั้นใช้เวลาทั้งวันสำรวจท่องเที่ยวรอบๆเมืองเบอร์เกน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่เราไปเยี่ยมชมนั้นจะอยู่รอบๆในเมือง เช่น Bryggen, Mt Floyen, Mt Ulriken และย่านเมืองเก่าของ Bergen เราใช้เวลาตอนเย็นเดินไปรอบๆ ท่าเรือแล้วทานอาหารเย็น เดินเล่นรอบๆท่าเรือ บรรยากาศดีมาก 📍Mt. Ulriken 📍Mt. Floyen 📍Bergen Old Town วันที่ 7 : Bergen เราใช้เวลาในวันที่สองเดินเที่ยวชมไปรอบ ๆ เมืองเบอร์เกนและเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น Bergen Aquarium, Bergen Catherdral, Market Square และ Bergen Fish Market ที่ซึ่งเราชอบมากกับการได้ลองชิมอาหารทะเลสดพร้อมทิวทัศน์ที่สวยงามของท่าเรือ จากนั้นเราใช้เวลาตอนเย็นซื้อของฝากที่ Bryggen ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ในเมือง Bergen ที่มีอาคารไม้สีสันสดใสริมน้ำ 📍Bergen Cathedral 📍Bryggen สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเบอร์เกน สามารถดูที่บล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ที่นี่ ⬇️ 📍 10 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเบอร์เกน - นอร์เวย์ วันที่ 8: Bergen - Stockholm เราใช้เวลาในช่วงเช้าเดินสำรวจเมืองอีกครั้งซึ่งเราเดินไปตามถนนในเบอร์เกนและเยี่ยมชม Saint John's Church ก่อนที่เราจะนั่งรถไฟเพื่อเดินทางไปสนามบินเบอร์เกนเพื่อบินไปประเทศสวีเดนในช่วงบ่าย เที่ยวบินออกจากเบอร์เกนเวลา 15:00 น. และถึงสตอกโฮล์ม(สวีเดน) เวลา 16:20 น.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที 📍Saint John's Church 📍Bergen Airport หลังจากมาถึงสนามบินสตอกโฮล์ม Arlanda แล้ว เราก็ขึ้นรถไฟ Arlanda Express เพื่อเข้าไปยังใจกลางเมือง จากนั้นก็เดินไปยังที่พักของเราที่ Malardrottningen Yach Hotel Malardrottningen Yacht Hotel อยู่บนเรือชื่อ Lady Hutton ซึ่งเป็นเรือยอทช์หรูเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปี 1924 ในเมือง Kiel ประเทศเยอรมนี ในปี 1982 เรือยอทช์ได้จอดทอดสมออยู่ที่ทะเลสาบมาร์ลีนบนชายฝั่งเกาะริดดาร์โฮลเมนในสตอกโฮล์ม และดัดแปลงเป็นโรงแรมและร้านอาหารซึ่งยังคงเปิดดำเนินการมาจนถึงทุกวันนี้ Malardrottningen Yacht Hotel 📍ระดับดาว:  ⭐⭐⭐ 📍คะแนนรีวิว: 8.8 - Excellent 📍ราคาห้องพัก: โลว์ซีซั่น 1,800 - 3,500 บาท, กลางซีซั่น 3,500 - 5,000 บาท, ไฮซีซั่น 5,000 - 6,500 บาท ราคาจะแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของปี งานกิจกรรม และจำนวนห้องว่าง >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Malardrottningen Yacht Hotel  << >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Malardrottningen Yacht Hotel << >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Malardrottningen Yacht Hotel << สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Malardrottningen Yach Hotel สามารถดูที่บล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ที่นี่ ⬇️ 📍 >> แนะนำที่พัก โรงแรมบนเรือ Malardrottningen Yacht Hotel ในท่าเรือย่านเมืองเก่า - สตอกโฮล์ม สวีเดน << หลังจากเช็คอินที่โรงแรมและเก็บกระเป๋าแล้ว เราก็ใช้เวลาช่วงบ่ายเดินไปตามถนนในย่านเมืองเก่าของสตอกโฮล์ม กัมลา สแตน (Gamla Stan) เราแวะที่ร้านอาหารท้องถิ่นเพื่อทานลูกชิ้นสวีเดนและเบียร์สำหรับมื้อค่ำ จากนั้นเราก็ใช้เวลายามเย็นซื้อของฝากที่ร้านค้าท้องถิ่นในพื้นที่ ก่อนกลับโรงแรม 📍Gamla Stan วันที่ 9 : Stockholm - Bangkok นี่เป็นวันสุดท้ายของเราในสแกนดิเนเวีย ดังนั้นเราจึงขอตื่นแต่เช้าเพื่อดูสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงในสตอกโฮล์มเพิ่มเติม รวมทั้ง Nobel Prize Museum, Royal Palace และ Storkyrkan Church ก่อนที่เราจะกลับไปที่โรงแรมตอนเที่ยงเพื่อจัดกระเป๋า แล้วนั่งรถไฟ Arlanda Express กลับไปที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่อง เที่ยวบินของเราออกจากสนามบินสตอกโฮล์มอาร์แลนด์ เวลา 14:55 น. มุ่งหน้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย สรุป ระหว่างการเดินทางไปสแกนดิเนเวีย เรามีเวลาเพียง 7 วันเต็ม ในการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จึงเป็นทริปที่เราได้ไปเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายในทั้ง 3 ประเทศในสแกนดิเนเวีย เราโชคดีที่ได้พักใน 4 เมืองหลักในภูมิภาคนี้ ได้แก่ โคเปนเฮเกน(เดนมาร์ก) ออสโล(นอร์เวย์) เบอร์เกน(นอร์เวย์) และสตอกโฮล์ม(สวีเดน) พร้อมทริปท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเพิ่มเติมที่เดินทางไปยังเมืองเล็กๆ ในพื้นที่ ซึ่งภูมิภาคของสแกนดิเนเวียเป็นสถานที่มีความหลากหลายทั้งวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่สวยงาม ในการเยี่ยมชมเมืองต่างๆ ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ ทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงามอย่างยิ่ง และผู้คนก็ช่วยเหลือดีและเป็นมิตร แม้ว่าสแกนดิเนเวียเป็นภูมิภาคที่มีราคาแพงในการเดินทาง แต่ทริปของเรากลับถูกกว่าที่เราคาดไว้มาก และคุ้มค่าทุกบาทที่เราใช้ไป เราขอแนะนำสแกนดิเนเวียและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เราแทบจะรอไม่ไหวที่อยากจะกลับไปอีกครั้ง! ℹ️ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสแกนดิเนเวีย สามารถดูที่บล็อกโพสต์อื่นๆ ของเราได้ที่นี่ ⬇️⬇️ 📍 DIY - ท่องเที่ยวเส้นทาง Norway in a Nutshell 📍 เคล็ดลับสำหรับการเดินทาง ทริป Norway In a Nutshell 📍 8 ที่ท่องเที่ยวเมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก 📍 สำรวจเมืองเก่าของสตอกโฮล์ม - Gamla Stan 📍 วิธีท่องเที่ยวสแกนดิเนเวีย ด้วยตัวเองแบบถูกๆ 📍 ทริปวันเดียวจากโคเปนเฮเกน - เฮลซิงเกอร์ & ฮิลเลอรอด 📍 นั่งเรือ DFDS จากโคเปนเฮเกนไปออสโล 📍 แนะนำที่พัก โรงแรมบนเรือ Malardrottningen Yacht Hotel ในท่าเรือย่านเมืองเก่า - สตอกโฮล์ม สวีเดน 📍 10 สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเบอร์เกน - นอร์เวย์ #สแกนดิเนเวีย #นอร์เวย์ #เดนมาร์ก #สวีเดน #เบอร์เกน #ออสโล #โคเปนเฮเกน #สตอกโฮล์ม #scandinavia #aworldexplored #denmark #norway #sweden

  • ราคารวมทริปเที่ยวสแกนดิเนเวีย 9 วัน 7 คืน เดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง (เดนมาร์ก - นอร์เวย์ - สวีเดน)

    ภูมิภาคของสแกนดิเนเวีย มี 3 ประเทศ คือ เดนมาร์ก นอร์เวย์ และสวีเดน เป็นสถานที่ที่เราอยากไปมาเป็นเวลานาน แต่เราได้ยินมาเสมอว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีราคาแพงมากและไม่ใช่จุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางที่มีงบประมาณที่จำกัด เนื่องจากเราเป็นนักเดินทางที่ชอบเที่ยวแต่ไม่แพงมาก เราคิดว่าเราจะไม่สามารถไปเที่ยวที่สแกนดิเนเวียได้ เนื่องจากเราไม่สามารถที่จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยนไปเมื่อเราค้นพบเที่ยวบินลดราคาอย่างมากของสายการบิน Norwegian Air และเราได้ตัดสินใจที่จะเที่ยวในครั้งนี้ ความตั้งใจที่จะลองเดินทางแบบประหยัดในพื้นที่ที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ดูว่าเราทำได้อย่างไรและมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และในการกำหนดค่าใช้จ่ายหลักสำหรับการเดินทางของเราในครั้งจะไม่ได้รวมการช็อปปิ้งและของฝาก ราคาตั๋วเครื่องบิน หลังจากดูเที่ยวบินไปยังเมืองต่างๆ ในสแกนดิเนเวียแล้ว ดีลที่ถูกที่สุดที่เราหาได้คือ 14,000 บาทต่อคน โดยบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกรุงเทพฯ ไปยังโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก และเดินทางกลับจากสตอกโฮล์ม สวีเดน ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ในฐานะสายการบินราคาประหยัด ราคาเที่ยวบินนี้ไม่รวมอาหารหรือสัมภาระ อย่างไรก็ตาม เราสามารถซื้อขนมราคาถูกบนเครื่องได้และเดินทางโดยสัมภาระถือขึ้นเครื่องเท่านั้น จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา หลังจากวางแผนเส้นทางการเดินทางแล้ว เราจองเที่ยวบินระดับภูมิภาคของ Norwegian Air จากเบอร์เกน นอร์เวย์ไปยังสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน อีก 2,000 บาทต่อคน *ทำให้ราคารวมสำหรับเที่ยวบินทั้งหมดสำหรับสองคนรวมเป็น 32,000บาท ค่าวีซ่า เนื่องจากเรามาจากสองประเทศที่แตกต่างกัน นโยบายการขอวีซ่าสำหรับสแกนดิเนเวียไม่เหมือนกัน พลเมืองนิวซีแลนด์สามารถเข้าสู่ภูมิภาคโดยไม่ต้องขอวีซ่าและเข้าเมืองได้ 90 วัน แต่สำหรับคนไทยต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้า การสมัครสามารถทำได้ทางออนไลน์และจากนั้นต้องไปยื่นเอกสารจริงที่สถานทูตเดนมาร์กในกรุงเทพฯ *ค่าวีซ่าทั้งหมด 3,000 บาท ราคาที่พัก หลังจากที่เราจองเที่ยวบินแล้ว ก็ถึงเวลาจองที่พักในสี่เมืองหลักที่เราจะไปเยือน ได้แก่ โคเปนเฮเกน ออสโล เบอร์เกน และสตอกโฮล์ม 1.) ครั้งแรกที่เราพัก 2 คืนในโคเปนเฮเกน โดยที่เราจองห้องธรรมดาที่ Danhostel Copenhagen City โรงแรมราคาประหยัด 5,600 บาท สำหรับ 2 คืน โรงแรมสะอาด ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่ดี >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Danhostel Copenhagen City << 2.) เราได้จองที่พักที่ออสโล นอร์เวย์ อีกหนึ่งคืนที่โรงแรม Citybox Oslo ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Oslo Central ด้วยห้องพักที่ทันสมัย ​​ห้องครัวส่วนกลางและเช็คอินแบบบริการตนเองในราคา 2,600 บาทต่อคืน >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Citybox Oslo 3.) สำหรับสองคืนในเบอร์เกน เราจองห้องสตูดิโอใน SG Apartments ผ่าน Agoda Homes ห้องพักกว้างขวาง สะอาด และมีครัวขนาดเล็กและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทำอาหาร ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5,800 บาท สำหรับสองคืน (ดูข้อมูลล่าสุดที่พักไม่อยู่ใน Agoda แล้ว ) 4.) สำหรับคืนสุดท้ายของเราในสตอกโฮล์ม เราได้จองห้องพักที่ไม่เหมือนใครบนเรือยอทช์ Malardrottningen Yacht Hotel ซึ่งจอดอยู่ในท่าเรือใกล้กับเมืองเก่าของสตอกโฮล์ม แม้ว่าห้องของอาจจะเล็ก แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้นอนบนเรือยอทช์เก่า ห้องพักสะอาดและสะดวกสบาย รวมอาหารเช้าในราคา 2,500 บาทต่อคืน >> คลิ๊กเพื่อจองห้องพักและสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Malardrottningen Yacht Hotel *รวมค่าที่พักทั้งหมด 6 คืน 16,500 บาท (สำหรับ 2 คน) ค่าใช้จ่ายการเดินทาง โดยค่าเดินทางส่วนใหญ่ของเราจะรวมอยู่ใน City Cards ที่เราซื้อ (รายละเอียดจะเพิ่มเติมในภายหลัง) แต่เรายังคงมีค่าใช้จ่ายที่สำคัญบางอย่างดังนี้: 1.) ในการเดินทางจากโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ไปยัง ออสโล นอร์เวย์ เราตัดสินใจใช้บริการเรือข้ามฟากข้ามคืนที่ดำเนินการโดย DFDS ซึ่งใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง ออกจากโคเปนเฮเกนเวลา 16:30 น. และถึงออสโลในวันถัดไปเวลา 09:45 น.ตั๋วราคา 4,800 บาท สำหรับ 2 ท่าน รวมห้องพัก 1 คืน และบนเรือมีสถานที่ช้อปปิ้ง Duty Free ร้านอาหาร จุดชุมวิว สระว่ายน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้ประสบการณ์ใหม่ๆในการนั่งเรือข้ามฟาก 2.) ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง Norway in a Nutshell โดยขึ้นรถไฟ 4 ขบวนต่อเรือและรถบัสผ่านทิวทัศน์ธรรมชาติจากออสโลไปเบอร์เกนใช้เวลา 9-13 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อจองเป็นแพ็คเกจราคาประมาณ 8,200 บาทต่อคน แต่เราสามารถจองตั๋วทั้งหมดเองได้ในราคาเพียง 5,600 บาทต่อคน 3.) เมื่อเราเดินมาถึงสนามบิน Arlanda ในสตอกโฮล์มซึ่งเดินทางจากเมืองเบอร์เกน เราต้องการวิธีที่รวดเร็วเพื่อไปยังตัวเมือง สตอกโฮล์ม เราจึงได้เลือกรถไฟ Arlanda Express ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที ค่าเดินทางไปกลับสำหรับสองคน 3,000 บาท *รวมค่าเดินทางเพิ่มเติมทั้งหมด 19,000 บาท ราคา สถานที่ท่องเที่ยว สำหรับจุดหมายปลายทางสองแห่งที่เราจะใช้เวลามากที่สุดในระหว่างการเดินทางคือโคเปนเฮเกนและเบอร์เกน เราจึงตัดสินใจซื้อบัตรในการเดินทาง 1.) Copenhagen Card เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย บัตรโคเปนเฮเกน 48 ชม. ราคา 2,700 บาทต่อคน และรวมค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในเมือง รวมทั้งการโดยสารรถประจำทางและรถไฟได้ไม่จำกัดทั่วโคเปนเฮเกนและบริเวณโดยรอบ 2.) Bergen Card ตลอด 24 ชม. ราคา 1,050 บาทต่อคน และรวมการเข้าใช้ฟรีหรือส่วนลดสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ตลอดจนการโดยสารระบบขนส่งสาธารณะรอบเมืองและรถไฟไปสนามบินได้ไม่จำกัด 3.) เมืองออสโลและสตอกโฮล์มยังมีบัตรเดินทางในแบบเดียวกันด้วย ( Oslo Pass ) แต่เนื่องจากเราอยู่ในแต่ละเมืองเพียงวันเดียว จึงคิดว่าไม่น่าจะคุ้มถ้าเราซื้อเพิ่ม เราจึงสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวฟรีของเมือง ซึ่งรวมถึงสวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ และอาคารประวัติศาสตร์โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาเดินสั้นๆ และการเดินทางบนรถไฟใต้ดินและรถรางราคาไม่แพง *รวมค่าสถานที่ท่องเที่ยว คือ Copenhagen card และ Bergen Card 7,500 บาท สำหรับ 2 คน ค่าอาหาร ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์มีราคาแพงมากในเดนมาร์ก นอร์เวย์และสวีเดน ดังนั้นเราซื้ออาหารส่วนใหญ่จากซูปเปอร์มาร์เก็ต ของว่าง อาหารกลางวัน และได้ซื้ออาหารจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมาปรุงเป็นอาหารเย็นโดยใช้อุปกรณ์ในครัวของที่พัก สิ่งที่ดีอีกอย่างเกี่ยวกับซูปเปอร์มาร์เก็ตในสแกนดิเนเวียคือมีอาหารอร่อยและดีต่อสุขภาพให้เลือกมากมายในราคาถูก ซูปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อหลายแห่งขายกล่องอาหารกลางวันสำเร็จรูปพร้อมสลัด เนื้อ ขนมปังและชีสในราคา 150 บาทขึ้นไป ขณะที่เรากำลังเดินทางรอบเมือง เราแวะซื้อของว่างและเครื่องดื่มที่เบเกอรี่ ร้านสะดวกซื้อ และร้านขายกาแฟราคาถูก ขนมและฮอทดอกมากมาย ระหว่างทริปเรานั่งทานอาหารที่ร้านอาหารแค่ 4 ครั้ง ซึ่งช่วยให้เราประหยัดค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ปกติราคาไม่ถึง 1,000 บาทต่อวัน *รวมค่า อาหาร ของว่าง ค่าอาหารทุกมื้อที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มราคาประมาณ 12,000 บาท สำหรับตลอดทั้งสัปดาห์ของเราในสแกนดิเนเวีย ราคารวม ทริปสแกนดิเนเวียของเรามีทั้งหมด 9 วัน ค่าตั๋วเครื่องบิน (32,000 บาท) วีซ่า (3,000 บาท) ค่าที่พัก (16,500 บาท) ค่าเดินทาง(19,000 บาท) สถานที่ท่องเที่ยว (7,500 บาท) และอาหาร (12,000 บาท) ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการเดินทางไม่รวมของที่ระลึกและของฝาก รวมทั้งหมดแล้ว 90,000 บาท หรือ 45,000 บาทต่อคน เมื่อเทียบกับค่าเดินทางในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ค่าใช้จ่ายอาจดูแพง แต่เมื่อพิจารณาว่าเราใช้เวลา 1 สัปดาห์เต็มๆ ในการเดินทางผ่าน 3 ประเทศในสแกนดิเนเวีย เราคิดว่าคุ้มสุดๆกับค่าใช้จ่ายโดยรวมของการเดินทางในครั้งนี้ ℹ️ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสแกนดิเนเวีย โปรดดูที่โพสต์บล็อกอื่นๆ ของเรา ⬇️ 📍 DIY - ท่องเที่ยวเส้นทาง Norway in a Nutshell 📍 เคล็ดลับสำหรับการเดินทาง ทริป Norway In a Nutshell 📍 8 ที่ท่องเที่ยวเมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก 📍 สำรวจเมืองเก่าของสตอกโฮล์ม - Gamla Stan 📍 วิธีท่องเที่ยวสแกนดิเนเวีย ด้วยตัวเองแบบถูกๆ 📍 ทริปวันเดียวจากโคเปนเฮเกน - เฮลซิงเกอร์ & ฮิลเลอรอด 📍 แนะนำที่พัก โรงแรมบนเรือ Malardrottningen Yacht Hotel ในท่าเรือย่านเมืองเก่า - สตอกโฮล์ม สวีเดน

  • วิธีการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ทริป Norway In a Nutshell ที่ประเทศนอร์เวย์

    Norway in Nutshell เป็นทริปที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและเป็นเส้นทางการเดินทางที่สวยที่สุดด้วยความงามทางธรรมชาติของนอร์เวย์ แต่การเดินทางนั้นใช้เวลานานเกือบทั้งวัน เว้นแต่เลือกอยากจะพักค้างคืนในเมืองเล็ก ๆ ระหว่างทาง แม้ว่าจะมีจุดแวะพักมากมายระหว่างการเดินทาง แต่ละครั้งจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม เราได้รวบรวมเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ซึ่งจะทำให้ประสบการณ์ในการเดินทางครั้งนี้ประทับใจมากที่สุด 1. ) เตรียมตัวให้พร้อมก่อนกับอาหารมื้อเช้า การเดินทางในนอร์เวย์ เป็นเวลาหนึ่งวันเต็มๆนั้น ควรเติมพลังงานให้กับร่างกาย สำหรับอาหารเช้ามื้อใหญ่ก่อนออกเดินทาง แต่ถ้าไม่มีเวลาทานอาหาเช้าก่อนเดินทาง ก็สามารถซื้อกาแฟและขนมปังที่สถานีรถไฟได้ตลอดเวลาระหว่างนั่งรถไฟไปยัง Myrdal เนื่องจากที่นั่งทั้งหมดมีโต๊ะถาดพับได้ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่เล็ก ๆ บนรถไฟที่คุณสามารถซื้อแซนวิชขนมต่างๆและกาแฟได้ 2. ) เตรียมของว่างไว้ให้พร้อมในระหว่างการเดินทาง ตลอดการเดินทางมีสถานที่หลายแห่งที่คุณสามารถหาของกินได้เช่น รับประทานอาหารบนรถไฟและร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่สถานีรถไฟ แต่สถานที่เหล่านี้มีราคาค่อนข้างแพงและมักจะแออัดไปด้วยนักเดินทางจากหลายๆที่ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นและควรเตรียมไว้ด้วยก็คือการซื้ออาหารกล่องหรือผลไม้ ขนมและของว่างอื่น ๆ เก็บไว้ในกระเป๋าเป้เผื่อเวลาหิวก็สามารถกินได้ตลอด ซึ่งที่เราได้เตรียมเสบียงไว้ในกระเป๋าแล้วนั้นจะทำให้คุณได้ใช้เวลาในการถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม 3.) เสื้อผ้า ชุดสำหรับการเดินทาง เราได้ไปนอร์เวย์ในช่วงกลางเดือนตุลาคมและอากาศค่อนข้างเย็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งออกจากฟยอร์ด ระหว่างนั่งเรือเฟอร์รี่ หากคุณเดินทางในช่วงเดือนที่อากาศหนาวกว่าอย่าลืมนำเสื้อแจ็คเก็ตที่อุ่นๆหมวกและถุงมือไปด้วยเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเพื่อที่คุณจะได้ใช้เวลาข้างนอกเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ นอร์เวย์ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้นอย่าลืมแพ็คเสื้อกันฝนไว้ด้วย เพราะช่วงระหว่างการเดินทางอาจจะมีฝนตก และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือรองเท้าบู๊ตหรือรองเท้ากันน้ำสักคู่ ก็จะทำให้เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวในสภาพอากาศแบบนี้ได้ดีขึ้น 4.) เตรียมให้พร้อมสำหรับการชาร์ทกล้องและมือถือ ทิวทัศน์ที่จะได้เห็นระหว่างการเดินทางในนอร์เวย์ นั้นสวยมากและเป็นโอกาสที่ดีในกาถ่ายภาพบรรยากาศธรรมชาติอันสวย ตั้งแต่ต้นจนจบดังนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่กล้องเต็มแล้วในคืนก่อนการเดินทาง หากคุณมีแบตเตอรีสำรองหรือพาวเวอร์แบงค์ต้องพกพาไปด้วย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดเก็บรูปภาพในหน่วยความจำเพื่อเพิ่มพื้นที่หรือนำการ์ด SD สำรองมาด้วย 5. ) การเตรียมเงินเพื่อไว้ใช้จ่ายในระหว่างการเดินทาง แม้ว่าสถานที่ส่วนใหญ่ตลอดเส้นทางจะรับบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตสำหรับการชำระเงิน แต่คุณควรติดเงินสดไว้ด้วย ในกรณีที่ระบบขัดข้อง และการเดินทางในครั้งนี้ตอนที่เราเดินทางจากเรือแล้วจะไปขึ้นรถบัสต่อนั้น จำเป็นที่จะต้องจ่ายตั๋วรถบัสด้วยเงินสด เพื่อชำระค่ารถบัสจาก Gudvangen ไปยัง Voss เนื่องจากไม่รับทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ซึ่งเราจะต้องต้องแลกเงินสดมาเป็นแบงก์ย่อยๆเพื่อง่ายต่อการจ่ายและไม่ต้องรอคิวนาน คุณก็จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ Norway in a Nutshell เป็นอีกวิธีการเดินทางที่ยอดเยี่ยมที่จะได้ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติอันหลากหลายของนอร์เวย์ภายในวันเดียว แม้ว่าการเดินทางจะใช้เวลานาน แต่หากคุณเตรียมพร้อมการเดินทางอย่างเหมาะสมการเดินทางจะทั้งสะดวกสบายและสนุกสนานทำให้คุณได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติที่นอร์เวย์ คุณสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ Fjord Tours เพื่อซื้อการเดินทางเป็นแพ็คเกจเต็มรูปแบบหรือหากคุณต้องการประหยัดเงินคุณสามารถจองตั๋วได้ด้วยตนเองตามที่อธิบายไว้ใน DIY - ท่องเที่ยว Norway in a Nutshell โพสต์บล็อก. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสแกนดิเนเวีย โปรดดูที่โพสต์บล็อกอื่นๆ ของเรา: การเดินทาง สแกนดิเนเวีย 9 วัน ด้วยตัวเอง DIY - ท่องเที่ยวเส้นทาง Norway in a Nutshell 8 ที่ท่องเที่ยวเมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก สำรวจเมืองเก่าของสตอกโฮล์ม - Gamla Stan วิธีท่องเที่ยวสแกนดิเนเวีย ด้วยตัวเองแบบถูกๆ ทริปวันเดียวจากโคเปนเฮเกน - เฮลซิงเกอร์ & ฮิลเลอรอด #norwayinanutshell #norway #oslo #bergen #flam #myrdal #gudvangen #voss #scandinavia #europe #เที่ยวนอร์เวย์ #นอร์เวย์ #ประเทศนอร์เวย์ #เที่ยวสแกนดิเนเวีย #เที่ยวนอร์เวย์ด้วยตัวเอง #เที่ยวยุโรป #เที่ยวยุโรปด้วยตัวเอง

Subscribe to A World Explored

bottom of page